อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 7 วันที่ 17 ม.ค. 58
ดร.อาทิตย์ ดูหนังอย่างไรก็ไม่เห็นเชน ยิ่งคิดเปรียบเทียบสายลับเชนในหนังกับเชนตัวเป็นๆ ที่ตัวเองเห็นแล้ว ดร.อาทิตย์เชื่อว่า เป็นคนเดียวกัน อุทานทึ่ง...“งั้นไอ้เชนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากสายลับในหนัง แว่น 3DDD ทำได้จริงๆ มันเอาคนในหนังออกมาได้จริงๆ!”
ดร.อาทิตย์ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ กับการค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้
เชนตัดสินใจโน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหู ปลายฟ้ารอฟังใจระทึก เชนกระซิบเบาๆว่า
“นอนหลับฝันดีนะครับคนดี” ยิ้มหวานให้แล้วเดินกลับไป ปลายฟ้ามองตามสบถอย่างหัวเสีย
“ปั้ดโธ่โว้ย!”
ooooooo
ด้วยความเพียรพยายามกันอย่างมาก ในที่สุด ลุงเจิดก็สร้างแว่น 3DDD ได้สำเร็จ วิศวะถามว่าจะใช้งานได้เหมือนเดิมหรือเปล่า ลุงเจิดมั่นใจว่าเหมือน ต้องเหมือนแน่นอน
“ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เมื่อมีสมมติฐานก็ต้องพิสูจน์สมมติฐาน เมื่อได้ผลลัพธ์ ก็ต้องพิสูจน์ผลลัพธ์ และเราจะยอมรับก็ต่อเมื่อผลลัพธ์นั้นเป็นจริง ไม่ใช่ผลลัพธ์เท็จ” วิศวะพูดตามหลักวิชาการ
“เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดู”
เมื่อลุงเจิดเอาแว่นใส่กรอบแล้วก็ให้วิศวะเอาตาไปจ่อที่แว่นดู พอวิศวะถอยออกมาเห็นแว่นอันเล็กจิ๋วเท่าลูกตาแมวถามว่าอันแค่นี้เองหรือ แล้วเมื่อกี๊เห็น
เลนส์ใหญ่ๆ หายไปไหนหมด ลุงเจิดบอกว่ายังอยู่ใส่กรอบอันเดิมเรียบร้อยแล้ว แต่อันนี้เจียเลนส์ออกมาส่วนหนึ่ง แล้วเรียกนะโมมา วิศวะติงว่าแว่นไซส์นี้มีแต่แมวเท่านั้นแหละที่สวมได้
แล้วลุงเจิดกับนะโมและวิศวะก็ช่วยกันจับแมวเพื่อเอามาทดลอง พอใส่แว่นให้แมวแล้วจับมาดูหนังในทีวี ปรากฏว่าแมวหายเข้าไปในหนังได้จริงๆ!
“แมวเข้าไปในหนังแล้ว เราทำสำเร็จแล้ว ไชโยๆๆ” ลุงเจิดตะโกนด้วยความดีใจ กอดกันกับวิศวะกระโดดโลดเต้น ส่วนนะโมยืนไว้อาลัยให้กับแมว วิศวะบอกว่าเราจะไม่ลืมแก ส่วนลุงเจิดบอกว่าพวกเราจะจดจำชื่อแกไว้ชั่วลูกชั่วหลาน พูดแล้วนึกได้ถามว่า “เอ๊ะแล้วแกชื่ออะไร...ช่างเถอะ ฮ่าๆๆ” ลุงเจิดหัวเราะให้กับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้
ooooooo
ดร.อาทิตย์หมายสืบหาตัวลุงเจิดจากพวกตฤณ ส่งสมุนมาเฝ้าที่หน้าบ้านตฤณ ทั้งนั่งในรถ เป็นวินมอเตอร์ไซค์ อีกคนนั่งซุ่มหลับอยู่ ทั้งหมดนี้ไม่พ้นสายตาตำรวจอย่างหมวดปวัน ที่มาเป็นเพื่อนบ้านตฤณในคราบปลายฟ้าสาวนักเขียน
ตฤณได้รับโทรศัพท์จาก บก.ให้ไปพบ เขาดีใจมากคิดว่า บก.คงจะซื้อการ์ตูนที่ตนเสนอ ไปถึงเห็นบารมีกับเจนจิรานั่งอยู่ที่เก้าอี้รับแขก แล้ว บก.ก็ยื่นซองให้ ตฤณนึกว่าได้ค่าการ์ตูนล่วงหน้า พอเปิดดูกลายเป็นหนังสือไล่ออก บก.ให้เหตุผลว่าเพราะได้โฆษณาหน้ากลางจากบารมีต่อเนื่องทั้งปี ซ้ำยังถูกบารมีที่นั่งอยู่กับเจนจิราเยาะเย้ยว่า
“คนบางคนก็น่าสงสาร อยู่ในโลกจินตนาการมากเกินไป เลยแยกไม่ออกว่าอันไหนมโน อันไหนเป็นความจริง” ทั้งยังพูดดูถูกต่างๆนานา ตฤณทนไม่ได้ต่อยเปรี้ยงเดียวเลือดกำเดาออก เจนจิราร้องห้ามถามว่าเป็นนักเลงตั้งแต่เมื่อไหร่
“เค้าเป็นนักแลงตั้งแต่วินาทีนี้เลย เค้าจะเลวให้สุดๆไปเลย ต่อไปนี้เค้าจะไม่ไปให้ตัวเองเห็นหน้าอีก เชิญตัวเองอยู่กับสิ่งจอมปลอมไปเลย” พูดแล้วผลุนผลันออกไป เจนจิราน้ำตาไหลอย่างเจ็บปวด เพราะตั้งแต่คบกันมาไม่เคยเห็นตฤณเป็นแบบนี้เลย
ooooooo
ก่อนหน้านั้น วิศวะโทร.ให้ตฤณพาเชนไปทดลองแว่นสามมิติ ตฤณขอไปที่โรงพิมพ์ก่อน ตังตังบอกเดี๋ยวตนพาเชนไปเองก็ได้ แต่พอดีเพื่อนๆในแก๊งมาหาและชวนเล่นกัน เชนจึงหาทางแก้ปัญหาของตัวเอง
พวกเด็กๆสั่งพิซซ่ามากิน เชนจึงปลอมเป็นคนส่งพิซซ่าขี่รถหนีออกไป พวกสมุนของ ดร.อาทิตย์ที่ซุ่มอยู่แปลกใจว่าทำไมคนส่งพิซซ่าคนนี้ออกมาดูกำยำไม่เหมือน ตอนเข้าไป ครู่เดียวพวกมันก็เห็นคนปีนรั้วออกทางด้านหลังจึงพากันติดตาม ปลายฟ้าก็เห็นจึงโทร.สั่งจ่าเจี๊ยบมาร่วมกันตาม
เชนปลอมเป็นคนส่งพิซซ่าหนีออกไปแล้วเอารถไปจอดถอดเสื้อวางไว้ที่รถคืนคนส่ง พิซซ่า โดยไม่รู้ว่า ตัวเองเอารถไปจอดติดกับรถของหมวดปวันกับจ่าเจี๊ยบที่มาสะกดรอยตัวเองอยู่
พอคนส่งพิซซ่ากระโดดรั้วหนีออกมาได้ มาถึงรถก็เจอพวกสมุนของ ดร.อาทิตย์เข้าประกบ ถามว่าเชนหายไปไหน เขาบอกว่า เห็นบอกว่าไปอุดร สมุน ดร.อาทิตย์สบถอย่างหัวเสีย “อุดรบ้านแกสิ...ไอ้บ้าเอ๊ย!!”
นารีกลับไปรายงาน ดร.อาทิตย์ว่า “นายตฤณไปที่หนังสือพิมพ์คมคิดลึก เรื่องงานของมัน ส่วนสายลับเชน เออะ...คนของเราถูกหลอกค่ะ”
“สายลับเชน มันมีปัญญาเป็นอาวุธ ไอ้สายลับเชน!!” ดร.อาทิตย์คำรามแค้น
เชนนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่ร้านวิศวะ ปวันกับจ่าเจี๊ยบตามไปติดๆ เห็นวิศวะออกมาเรียกเชนเข้าไปในร้าน เจอลุงเจิดอยู่ที่นั่น ลุงเจิดชูแว่นขึ้นประกาศก้อง
“แว่นตา 3DDD สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์แห่งศตวรรษ ในที่สุดก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง...” ลุงเจิดทำเสียงสะท้อนก้อง
เชนเข้าไปกอดลุงเจิดด้วยความดีใจ พูดอย่างตื้นตันใจว่า
“พวกคุณเป็นผู้มีพระคุณของเชน เชนขอบคุณมาก เชนจะไม่ลืม เชนให้คำมั่น เชนจะตอบแทนด้วยชีวิต” ถามว่า “เชนจะได้กลับบ้านแล้วจริงๆใช่ไหม” ลุงเจิดกับวิศวะบอกว่า เพื่อความแน่ใจ เราจะทดลองให้ดู
หารู้ไม่ ที่หน้าร้านปวันซุ่มดูจนทนไม่ได้ตัดสินใจจะบุกเข้าไป จ่าเจี๊ยบไม่ยอมให้เข้าไปคนเดียวจึงตามเข้าไปด้วย
จ่าเจี๊ยบเห็นอุปกรณ์หน้าตาประหลาดก็อยากรู้อยากเห็น จับโน่นกดนี่จนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายเพราะนั่นล้วนแต่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ ร้องได้ พูดได้ เคลื่อนไหวได้
ส่วนลุงเจิด วิศวะ และเชน ขลุกกันอยู่ในห้องลับ เตรียมทดลองแว่นกัน วิศวะคุกเข่าขอลุงเจิดเป็นคนทดลองเอง ลุงเจิดลังเลมองหน้าเชน เชนถามว่าไปแล้วกลับได้ใช่ไหม วิศวะบอกว่าไม่ได้ พอเชนร้องอ้าว! วิศวะบอกว่า...ล้อเล่น
“รุ่นนี้แล้ว ไม่มีไปแล้วไปลับ ถ้าอยากกลับต้องได้กลับทุกคน” ลุงเจิดบอกอย่างมั่นใจ
ความที่มืออยู่ไม่สุขของจ่าเจี๊ยบทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่จ่าไปสัมผัสเกิดเสียงดัง จนได้ยินไปถึงห้องลับ
“นั่น!! เสียงนั่น ข้างนอกมีการเคลื่อนไหว มีคนอยู่ เชนต้องออกไปดู” เชนทำหน้าที่สายลับย่องไปโผล่ดู แต่ทั้งปวันและจ่าเจี๊ยบไหวทันซ่อนตัวเงียบกริบ พอไม่เห็นอะไรเชนก็กลับเข้าไปในห้องลับ
ปวันเห็นเชนผลุบเข้าไปในห้องลับก็สงสัยว่ามีการ ทดลองอะไรกันในนั้น ในขณะที่จ่าเจี๊ยบยังสนุกกับการกดนั่นจับนี่จนเจอนะโม ปวันพึมพำว่าหุ่นยนต์หรือ นะโมเถียงว่าไม่ใช่ เถียงกันไปมา จนนะโมโมโหส่งสัญญาณเตือนลั่น
“มีผู้บุกรุก...มีผู้บุกรุก”
ปวันบอกจ่าให้หาปุ่มกดให้หุ่นยนต์หยุด ตัวเองก็กระโดดเกาะหลังหุ่นยนต์หมายข่มให้หยุด จ่าเงอะงะกดปุ่มส่งเดช เจอปุ่มที่สั่งให้นะโมยกกระทะในมือเคาะหัวจ่าโป๊กเดียว จ่าตาลอยเห็นดาวล้มคว่ำไป เป็นจังหวะที่เชนออกมาเห็นจ่าร่วงไปพอดี พอมองนะโม เห็นปวันเกาะหลังนะโมอยู่ พอทั้งสองเห็นกันจะจะก็ตกใจ เชนอุทาน “คุณปวัน!!” ส่วนปวันมองเข้าไปในห้องลับเห็นวิศวะยืนอยู่ แต่ที่สำคัญคือคนที่ยืนอยู่ข้างหลังวิศวะ ปวันอุทานอย่างตื่นเต้น
“เจิด พันแสง!!!”
ooooooo
ปวันเข้าไปหาลุงเจิด คิดว่าถูกวิศวะกับเชนจับมาขังไว้ ถามว่าพวกเขาทำอะไรลุงหรือเปล่า บอกให้ลุงไปกับตน ตนจะพาลุงไปยังที่ที่ปลอดภัย
ปวันกับเชนจับลุงเจิดไว้คนละข้างต่างยื้อแย่งลุงเจิดกัน จนลุงเจิดร้องบอกว่า
“ประทานโทษเถอะ หยุดดึงกันเสียที เดี๋ยวแว่นตก” แล้วบอกปวันว่า “ผมไม่ได้ถูกลักพาตัวมา ผมเต็มใจอยู่ที่นี่เพราะผมมีภารกิจสำคัญ” ปวันมองแว่นในมือลุงเจิดถามว่าลุงมีปัญหาทางสายตาหรือ
ลุงเจิดกำลังจะอธิบายถึงความลับเรื่องแว่นสามมิติ ก็ถูกวิศวะเบรกไว้ แล้วเดินไปกระซิบกับเชน แต่กระซิบดังๆ ทักท้วงกันว่าไม่อยากบอกเรื่องแว่นสามมิติให้คนนอกรู้ เพราะบางคนยิ่งรู้ก็ยิ่งวุ่นวาย ปวันบอกว่าตนได้ยินหมดแล้ว เชนเลยบอกปวันว่า
“คุณต้องรับปากว่าคุณจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้” ปวันรับปากแบบขอไปที แต่ถูกเชนบังคับต้องให้คำสัตย์ พอปวันพูดคำสัตย์ตามแล้ว เชนจึงบอกลุงเจิดว่า “ลุงเจิดช่วยอธิบายให้ผู้หมวดคนสวยเข้าใจเสียทีว่าแว่นตาอันนี้สำคัญยังไง”
“อธิบายอาจจะไม่ชัด โชว์ให้ดูเลยดีกว่า” ลุงเจิดตัดบทแล้วเตรียมโชว์อย่างเร่าร้อน หยิบหนังหลายเรื่องที่วางอยู่หน้าทีวี พลางพูดไปด้วย “ตอนที่ถูกสั่งให้ทำ ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้” ลุงเจิดหยิบซีดีหนังมายื่นให้ปวันเลือก เธอเลือกให้อย่างขอไปที ลุงเจิดส่งต่อให้วิศวะ วิศวะเอาเข้าเครื่องเล่น
“เพราะฉันเป็นคนประดิษฐ์มันขึ้นมา วันนี้...ฉันจะทดลองมันด้วยตัวเอง” วิศวะถามว่าแล้วตนล่ะ ไหนว่าจะให้ตนไป “ก็ไปกันทั้งคู่นี่แหละ” ลุงเจิดบอก แล้วกอดคอวิศวะสวมแว่นยืนหน้าทีวี พยักหน้าให้เชนกดปุ่มเพลย์
พักเดียวก็มีปฏิกิริยาจากแว่น มีแสงออกมาสว่างวาบไปทั้งห้อง ปวันหรี่ตากับแสงจ้าแต่ก็ยังเห็นทุกอย่าง
พริบตานั้น ลุงเจิดกับวิศวะถูกดูดหายเข้าไปในทีวี! ปวันตกใจตะลึงค้าง!!
แต่พอตั้งสติได้ ปวันก็หาว่าเชนวางแผนหลอกตน ยิ้มเยาะว่ามายากลแหกตาของเขาหลอกตนไม่ง่ายหรอก เชนถามว่าคิดว่าตนจะหลอกเธอเพื่ออะไร ปวันโมเมว่าเพื่ออะไรสักอย่าง
“อย่างเดียวที่ผมปิดบังคือแว่นตาสามมิติที่พาผมมาที่นี่” ถูกปวันดักคอว่าจะบอกว่าเขาหลุดมาจากในหนังหรือ “ไม่ได้จะบอก แต่เพิ่งบอกไป”
“ถ้านายเป็นตัวละครที่หลุดออกมาจากในทีวี ฉันฟาดนายด้วยไอ้นี่ นายก็คงไม่เจ็บ” ปวันหยิบบางอย่างใกล้มือขึ้นมา
“ผู้หมวด มาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า โลกนี้มันมีเรื่องเหลือเชื่ออีกเยอะ ผมก็แค่เป็นหนึ่งในนั้น คุณจะยังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่สักวัน...”
ทั้งคู่โต้เถียงกันเรื่องคนหลุดออกมาจากหนังในจอทีวี ปวันสมมติถามว่าถ้าตนบอกว่าตัวเองเป็นนางฟ้าเหาะลงมาจากสวรรค์ เชนจะเชื่อไหม เชนบอกว่าเชื่อถ้าเธอเหาะกลับสวรรค์ให้ตนดู
“แต่ฉันเหาะกลับไม่ได้ไง”
“แต่ลุงเจิดกำลังเข้าไปในหนังให้คุณดูไง”
ปวันมีวิธีหลอกถามจนรู้ว่าเชนหลุดออกมาจากหนังในทีวีจริงๆ ทีแรกก็ไม่เหมือนคนปกติ ปวันนึกได้โพล่งว่าตอนนั้นเขาเป็นตัวขาวดำ
“นี่ดู...” เชนหยิบซีดีเรื่องมิสเตอร์โอเคขึ้นมา “ผมเคยเป็นพระเอกในหนังเรื่องนี้ แต่พอผมออกมา คุณเห็นไหม มันกลายเป็นหนังของมิสเตอร์โอเคไปแล้ว” ปวันถามว่าใครคือมิสเตอร์โอเค? เชนชี้ไปที่รูปมิสเตอร์โอเคหน้าปกซีดี บอกว่า “วายร้ายที่คิดจะครองโลก คู่ปรับตลอดกาลของสายลับเชน”
ปวันชี้ไปที่ลินดา เชนบอกว่านั่นคือ “ลินดา คู่หูของเชน”
“นายปิดบังฉันมาตั้งนาน แล้วทำไมวันนี้ถึงยอมบอกฉัน”
“คุณเป็นพวกกัดไม่ปล่อย ผมไม่บอกคุณ คุณก็ต้องหาทางสืบไม่เลิก มัวแต่ตั้งคำถามกับพวกเดียวกัน อะไรที่ควรทำก็เลยไม่ได้ทำ” ปวันถามว่าแล้วไม่กลัวตนบอกคนอื่นหรือ ถึงตนจะไม่เชื่อ ตนก็เอาไปเม้าท์ต่อได้ “ผมไว้ใจคุณ”
เป็นคำตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงจริงใจที่ทำให้ปวันถึงกับอึ้ง ทั้งสองสบตากันนิ่ง เชนเชื่อว่าเธอให้คำสัตย์ไปแล้ว ตนเชื่อในเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอ
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังหาเหตุผลและตัวตนของกันและกันอยู่นั้น แสงสว่างพุ่งวาบออกจากจอทีวีแล้วร่างหนึ่งก็คลานออกมา ผมยาวปรกหน้า เชนเอะใจถาม
ปวันว่า “เมื่อกี้คุณเลือกหนังผีหรือ?” พลันร่างนั้นก็คลานเร็วๆ มาจับขาปวัน ทั้งสองตกใจ ปวันเตะร่างนั้นโดยสัญชาตญาณ พอร่างนั้นกลิ้งไปวิกผมหลุดเห็นหน้าเต็มๆ เชนอุทานตะลึง
“คุณวิศวะ!!”
จังหวะนั้นลุงเจิดก็พุ่งตามออกมาจากจอทีวีพอดี!
วิศวะบ่นว่าใครเอาแผ่นหนังใส่ผิดกล่อง ปกเป็นซุปเปอร์แมนแต่ข้างในกลายเป็นหนังผี พวกตนวิ่งหนีกันเกือบฉี่ราด ปวันถามว่าแล้ววิกนี่มาจากไหน
“ก็ตอนวิ่งหนีดันไปชนผู้หญิงคนนึง วิกเธอหลุด ก็เลยติดมา” วิศวะเล่าเซ็งๆ
ปวันไม่เชื่อที่วิศวะเล่า หันไปถามลุงเจิด แล้วขอดูแว่น บอกว่าตนสงสัยว่าทำไมอยู่ๆลุงถึงทำแว่นทะลุมิตินี้ขึ้นมา นึกได้ถามว่า “ใช่... เมื่อกี๊ลุงบอกว่ามีคนสั่ง ใครสั่งลุง”
ลุงเจิดถามว่าตนพูดหรือ จำไม่ได้ เชนช่วยคิดถามว่าเป็นไปได้ไหมว่ามันจะเกี่ยวกับคนที่ต้องการตัวลุง ปวันก็ช่วยคิด ตั้งสมมติฐานกันว่า มีคนมาจ้างลุงทำแว่นแล้วแว่นนั้นหายไป คนสั่งทำเลยจับลุงเพื่อคาดคั้นว่าแว่นอยู่ไหน และให้ลุงทำแว่นใหม่ให้ แต่เชนช่วยลุงออกมาได้ คนนั้นเลยต้องสืบหาลุงจากคนอื่น เริ่มจากคนที่เขาสงสัย
“ใช่...เขาวางยา สะกดจิต ทำทุกทางเพื่อให้บอก แต่คนนั้น ดั๊น...ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นสายลับที่เก่งมาก เขาเลยไม่ได้ข้อมูลอะไรไป” เชนสรุปเหตุการณ์หมาดๆ ที่เกิดกับตัวเอง ลุงเจิดฟังงงๆ ถามว่าแล้วคนนั้นเป็นใคร
“ด็อกเตอร์อาทิตย์” เชนกับปวันตอบพร้อมกัน
“ถ้ามันใช่อย่างที่เราสันนิษฐาน ก็ยังเหลืออีกคำถาม...แรงจูงใจด็อกเตอร์จะเอาแว่นนี้ไปทำอะไร” ปวันถามใหม่
เชนนึกถึงพิมพ์เขียวในห้องลับของด็อกเตอร์อาทิตย์ จำได้ว่ามันคือรายละเอียดอาวุธของมิสเตอร์โอเคที่เป็นนักประดิษฐ์ อาวุธของเขามีพลังในการทำลายล้างสูงมาก เป็นอาวุธร้ายแรงที่ไม่มีอะไรเทียบได้ ปวันคาดการณ์ได้ทันทีว่า
“ถ้าอยู่ในมือด็อกเตอร์อาทิตย์ ก็ไม่มีอะไรหยุดเขาได้”
“คุณเชื่อเรื่องแว่นแล้วใช่ไหม” เชนถาม ปวันนิ่งอย่างสงวนท่าที เชนประกาศอย่างมุ่งมั่นในทันทีว่า “ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะย่อมชนะอธรรม” เชนหันไปทางลุงเจิดกับวิศวะ “ฝากพวกคุณเก็บรักษาแว่นสามมิติไว้ให้เชนด้วย หากเชนจัดการกับด็อกเตอร์อาทิตย์ได้สำเร็จเมื่อใด เมื่อนั้นเชนถึงจะกลับไป”
นาทีนี้ เชนกับปวันมองหน้ากันอย่างมุ่งมั่นที่จะจัดการกับ ดร.อาทิตย์ให้ได้
ooooooo
เมื่อรู้ว่า Diamond Day คือโชว์ครั้งต่อไปของ ดร.อาทิตย์ แผนการของเชนกับปวันก็ถูกกำหนดขึ้นทันที
จ่าเจี๊ยบสืบมาได้ว่าบรรดาแขกวีไอพีที่ได้รับเชิญมีชื่อของน้ำเพชรด้วย กอปรกับคราวที่แล้วเชนเชื่อว่า...
“เป้าหมายของ ดร.อาทิตย์คือเพชรสีชมพูแต่กลับไม่ใช่ คราวนี้ด็อกเตอร์ก็อาจจะใช้เธอเป็นตัวหลอกซ้ำ หรือไม่ด็อกเตอร์ก็ต้องการบางอย่างที่ยังไม่ได้จากเธอ”
ดังนั้น ปวันกับเชนจึงปลอมตัวเป็นคุณร่ำรวยและคุณมหาศาล แต่งตัวภูมิฐานไปขอพบน้ำเพชร ระหว่างรออนุญาตให้เข้าพบ เชนเดินดูแหวนเพชร บอกปวันว่าจะซื้อให้ปลายฟ้า ปวันแกล้งถามว่าแฟนหรือ
“คุณปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ผมต้องดูแลและรับผิดชอบตลอดชีวิต” ปวันติงว่าเดี๋ยวก็กลับไปในหนังแล้วจะจริงจังอะไรกับผู้หญิงบนโลกนี้ทำไม “เพราะความรับผิดชอบมันไม่มีเงื่อนไข ถึงจะเหลือเวลาไม่เท่าไร แต่ผมก็จะทำให้คุณปลายฟ้ามั่นใจว่าผมไม่คิดจะทอดทิ้งเธอ เชนขอรับผิดชอบการกระทำของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว”
เชนมาดแมน เท่เสียจนปวันเคลิ้ม พอดีพนักงานมาเชิญไปพบน้ำเพชร ทั้งสองปรับอารมณ์สู่โหมดจริงจังแบบมืออาชีพทันที
หลังจากเข้าไปคุยกับน้ำเพชรออกมา ปวันวิเคราะห์ว่า “มีแค่เงิน ที่ดิน และเพชรเท่านั้น ที่ด็อกเตอร์น่าจะต้องการจากคุณน้ำเพชร เงินหาจากที่อื่นก็ได้ ส่วนที่ดิน ด็อกเตอร์ไม่เคยไป ก็น่าจะแปลว่าไม่สนใจ ก็เหลือแค่อย่างเดียว”
“เพชรสีชมพู” ปวันพูดอย่างใจตรงกัน เชนยิ้มเท่บอกว่า “เห็นไหม ว่าถ้าเราร่วมมือกัน งานก็สำเร็จรวดเร็วทันใด ไม่น่าเสียเวลาตั้งแง่กันเลยเนอะ”
“ย่ะ” ปวันกระแทกเสียงอย่างประชดประชันแต่แอบยิ้มเพราะเห็นด้วยกับเชน เชนเองก็แอบยิ้มอยู่ข้างหลังเธอ
เชนกับปวันร่วมกันไปหาข้อมูลจากผู้เคยบริจาคเงินให้ ดร.อาทิตย์ ปรากฏว่าทุกคนจำไม่ได้ว่าเคยบริจาคและบริจาคเท่าไร
เชนกับปวัน ใช้ร้านของวิศวะเป็นที่พบปะปรึกษาวางแผนงานกัน จากที่ได้ดูการแสดงย้อนหลังของ ดร.อาทิตย์ เชนกับปวันจับได้ว่า ดร.อาทิตย์ใช้การสะกดจิตผู้รับเชิญขึ้นเวที ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างรู้เล่ห์เหลี่ยมวิธีการของ ดร.อาทิตย์แล้ว
ooooooo
อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 7 วันที่ 17 ม.ค. 58
ละครสายลับสามมิติ บทประพันธ์โดย : สีชาติละครสายลับสามมิติ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย
ละครสายลับสามมิติ กำกับการแสดงโดย : เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครสายลับสามมิติ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดักชั่น จำกัด
ละครสายลับสามมิติ ควบคุมการผลิตโดย : ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครสายลับสามมิติ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น