วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 5 วันที่ 11 ม.ค. 58

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 5 วันที่ 11 ม.ค. 58

ตฤณพาเชน ตังตัง และลุงเจิดมาที่ร้านของวิศวะ วิศวะมาเจอตฤณก็ทักไอ้ก้นย้อย เห็นลุงเจิดก็ถามว่านั่นพ่อใคร

“ไม่ใช่พ่อเอ็งก็แล้วกัน แล้วไหนล่ะแว่นสามมิติของฉัน อยู่ที่ไหน” ลุงเจิดถามพลางมองหา พอวิศวะรู้ว่าลุงเจิดเป็นเจ้าของแว่นสามมิติก็ดีใจ ลุงเจิดเปิดตัวว่า “ฉันนี่แหละคนประดิษฐ์แว่นสามมิติ”

วิศวะคุกเข่ายกมือไหว้คารวะแบบเส้าหลินทันที ไหว้ขอขมาได้โปรดยกโทษให้ตนและรับเป็นศิษย์ด้วย


เมื่อไปดูแว่นสามมิติ ลุงเจิดดีใจมากแต่พอเห็นกระจกแตกก็ตกใจถามทำไมเป็นอย่างนี้ ตังตังรีบบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ตนไม่ได้ตั้งใจ เชนชี้แจงว่าเพราะอย่างนี้ถึงต้องตามตัวลุงเจิดมาช่วย

วิศวะยอมรับว่าตนซ่อมไม่ได้แม้จะใส่ฟันเฟืองเข้าไปแล้วก็ยังซ่อมไม่ได้ เชนเชื่อว่าคนที่ประดิษฐ์แว่นนี้ต้องซ่อมได้ ถามลุงเจิดว่าใช่ไหมลุง

“เสียใจว่ะพ่อสายลับ ถ้าเลนส์มันแตกแบบนี้ฉันก็ไม่รู้จะช่วยซ่อมยังไงเหมือนกัน” ลุงเจิดยอมรับ เชนหน้าจ๋อยถามว่าอย่างนี้ตนก็หมดโอกาสกลับไปยังที่ที่ตนมา กลับไปหาลินดา คร่ำครวญอย่างเจ็บปวดว่า

“มิสเตอร์โอเคจะครองโลกตลอดกาล!” แต่เชนก็ประกาศว่า “สายลับเชนต้องไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาชีวิต!”

เชนนึกถึงสะพานพุทธที่ลินดาตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา คิดว่าถ้าตนลงไปตรงจุดนั้นจะต้องกลับไปพบลินดาได้ เชนตัดสินใจกระโดดลงไปทันที

อึดใจใหญ่ เชนในสภาพเปียกม่อล่อกม่อแล่ก ก็ตะกายขึ้นมานอนแผ่สองสลึง ณ จุดที่โดดลงไป คิดว่าตัวเองไปเจอลินดาแล้ว ถูกเด็กแว้นและสก๊อยมาเจอ คิดว่ามีคนนอนตายอยู่ พากันลงมาเซลฟี่ลงเฟซกัน เชนได้ยินโวยวายว่าตนยังไม่ตาย

เชนตื่นขึ้นมารู้ตัวว่ายังอยู่กรุงเทพฯ ก็บอกตัวเองว่า

“ต้องกลับไปให้ได้ นอกจากแว่น 3DDD นั่นแล้วมันต้องมีที่ไหนสักแห่ง อะไรสักอย่างที่พาเชนกลับไปได้อีก”

แห่งเดียวที่เป็นความหวังของเชนคือร้านเนรมิต เชนลุกขึ้นบ่ายหน้าไปทันที

ooooooo

เชนกลับไปที่ร้านเนรมิต เจอหมวดปวันกับจ่าเจี๊ยบกำลังไปหาหลักฐานที่ร้านเนรมิตพอดี เชนเที่ยวเดินหาแว่น สวมแว่น เผื่อจะเจอแบบแว่น 3 มิติ พาตนกลับไปในหนังได้ แต่ไม่มีสักอัน ซ้ำยังเจอจ่าเจี๊ยบกับหมวดปวันด้วย

ปวันดีใจที่จะได้สืบว่าเชนเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร แต่พอถามเชนว่ามาหาอะไรที่นี่ เชนบอกว่าหาของที่จะพาตนกลับไปได้ ปวันถามว่าจะกลับไปไหน เชนบอกว่าไปในที่ที่ตนมา คือวังบูรพา

ปวันบอกว่าวังบูรพาก็แค่นี้เองเรียกแท็กซี่ไปก็ได้ แต่ฉุกคิดได้บอกเชนว่าตนไปส่งก็ได้ เชนดีใจมากต่างแนะนำตัวแก่กัน แล้วยื่นมือจับแสดงความเป็นมิตรต่อกัน พอได้สัมผัสมือกันก็รู้สึกแปร๊บเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าตัว

เชนชมว่าถึงปวันจะดุแต่ก็เป็นผู้หญิงที่สวยและมีน้ำใจมาก ปวันตัดบทว่าตกลงจะให้ตนไปส่งที่บ้านไหม เชนกลับส่ายหน้าบอกว่าเธอช่วยตนไม่ได้หรอก ปวันทั้งฉุนทั้งมึนที่เชนเรื่องมากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บอกว่าตนไม่สนว่าเขาจะกลับไปไหนหรือไม่ “แต่ที่ฉันสนคือนายเป็นใคร นายมีปัญหาอะไรกับด็อกเตอร์อาทิตย์” เชนมองหน้าบอกว่าตนไม่รู้จัก

เชนหลบออกจากร้านหนีกลับไปที่บ้านเช่าของตฤณ ปวันตกใจคาดว่าเชนต้องกลับไปหาปลายฟ้าแน่

จริงดังคาด เชนกลับไปที่บ้านเช่าของตฤณ เจอตังตังก็บอกว่า เมื่อฟ้ากำหนดให้ตนอยู่ที่นี่ตนก็จะอยู่ช่วยเหลือทุกคนที่นี่ วีรบุรุษอยู่ที่ไหน ย่อมเป็นวีรบุรุษ บอกตังตังอีกว่า

“ที่สำคัญเชนไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ณ เวลานี้ เชนมีคนที่จะต้องปกป้องดูแล นั่นคือ คุณปลายฟ้า!”

ตฤณติงว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกเพราะนี่เป็นโลกแห่งความเป็นจริง เชนบอกให้ตฤณสอนตน ตฤณรับปากและเริ่มทันที ด้วยการเอาบิลค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ให้ บอกว่า

“นี่คือสิ่งที่คนธรรมดาทุกคนต้องทำ เขาต้องทำงานหาเงิน ไม่ใช่วันๆ กินอุดมการณ์ เอาแต่ปราบเหล่าร้ายเหมือนชีวิตนายในหนัง” พอเชนงง ตฤณย้ำว่าถ้าเชนจะดูแลปลายฟ้ายิ่งต้องทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อสร้างอนาคต

เชนฮึดขึ้นมาบอกว่าตนจะทำงาน บอกตฤณว่า ตนจะอดทนทำได้ทั้งหมด แล้วเชนก็ไปหาปลายฟ้าเลย

ตฤณปวดหัวถามตังตังว่าตนจะไปหางานที่ไหนให้เชนทำ ในเมื่อตัวเองก็ตกงานอยู่ ตังตังบอกว่าตฤณมีน้าเจนคนเก่งอยู่ทั้งคน น้าเจนต้องช่วยได้แน่ ตฤณถามอย่างคนมีปมด้อยว่า เจนเหนือกว่าตน เก่งกว่าตนอีกแล้วใช่ไหม

“คิดอะไรแบบนั้น น้าตฤณทำไมไม่คิดว่า เหตุผลเรื่องช่วยเชนจะทำให้น้าได้กลับไปเวิ่นเว้อเจอะเจอกะน้าเจนอีกอย่างสมเหตุสมผลไง”

ตฤณยิ้มออก ที่มีเหตุผลจะกลับไปเจอและคืนดีกับเจนจิราอีกครั้ง

ooooooo

ปวันรีบกลับมาที่บ้านเช่า แปลงโฉมเป็นปลายฟ้าแล้วรีบมุดต้นไม้ข้างบ้านเข้ามา จึงเห็นว่ารองเท้าบูตยังไม่ได้ถอด ก็รีบถอดออก เดินเท้าเปล่าย่องแย่งเข้าไป พอพ้นแนวไม้ก็ตกใจผงะเมื่อมีเสียงทัก

“คุณปลายฟ้าทำอะไรอยู่น่ะ”

ปลายฟ้าเงยหน้าเห็นเชนในชุดสูทเต็มยศยืนเท่อยู่ เธอรีบบอกว่าเปล่า ตนไม่ได้ทำอะไร เชนถามว่าทำไมเดินเท้าเปล่าอย่างนั้น เธอบอกว่ารองเท้าหาย ไม่รู้สุนัขที่ไหนคาบไปรับประทาน

“โถ...เดี๋ยวเท้าบอบบางก็โดนเศษดินเศษหินบาด ให้เชนอุ้มไปส่งดีกว่านะครับ” ว่าแล้วช้อนร่างปลายฟ้าอุ้มขึ้นทันที เธอร้องห้ามแต่ไม่ทัน เชนบอกว่าแค่อุ้มเฉยๆ สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินเธอจนกว่าเราจะได้แต่งงานกันถูกต้องตามประเพณี

“แต่งงานตามประเพณี เอาจริงเหรอคะ”

เชนบอกว่าจริงเพราะตนจะไม่ไปไหน จะอยู่ดูแลเธอไปตลอดชีวิต พูดอย่างภาคภูมิใจว่า

“เพราะฉะนั้น คืนนี้ฤกษ์ดี เราสองคนมาตกลงกันถึงอนาคตที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเสียทีนะครับ”

พอเข้าไปนั่งในบ้าน ท้องเชนร้องจ๊อกๆ ปลายฟ้าจึงชงบะหมี่สำเร็จรูปรสเป็ดพะโล้ให้กิน เชนยกถ้วยบะหมี่ชวนเชียร์! ปวันยกถ้วยบะหมี่ของตัวเองขึ้นชน แล้วเชนก็โซ้ยอย่างเอร็ดอร่อย ถามปวันว่าอร่อยเหาะไหม แล้วก็ทำท่าเหาะให้ดู ปวันยิ้มที่เห็นอีกมุมหนึ่งของผู้ชายห้าวที่ทำอะไรน่ารักแบบนี้ก็เป็นด้วย

ooooooo

คืนนี้เจนจิรากลับจากตระเวนสัมภาษณ์ทั้งวันกลับถึงบ้านก็ทิ้งตัวนั่งอย่างหมดแรง เห็นตุ๊กตาลิงที่ตฤณซื้อให้ก็หยิบไปหยอกเล่น

แล้วจู่ๆตฤณก็โทร.มาถามว่าอยู่บ้านหรือเปล่าตนมีเรื่องจะคุยด้วย เจนจิราปดว่าไม่อยู่ ตฤณบอกว่าตอนนี้ตนอยู่หน้าบ้านเธอแล้ว เจนจิราเปิดหน้าต่างดู เห็นตฤณยืนโบกมือหยอยๆอยู่ เลยต้องให้เข้าบ้าน

ตฤณหยิบตุ๊กตาลิงขึ้นมาถามว่ายังเก็บเจ้าจ๋อของตนไว้อีกหรือ เจนจิราเสียฟอร์มเลยคว้ามาแล้วปาทิ้งออกไปทางหน้าต่าง บอกว่าตอนนี้ทิ้งไปแล้ว เร่งว่ามีธุระอะไรก็ว่ามา

ตฤณเล่าว่าตอนนี้เชนไม่มีโอกาสกลับเข้าไปอยู่ในหนังสายลับเชนอีกแล้ว เจนจิราถามว่าซ่อมแว่นไม่สำเร็จหรือ? แล้วเชนจะเอาตัวรอดได้ยังไง ตฤณได้ช่องบรรยายว่าถ้าอยู่เชนต้องจ่ายค่าโน่นนี่นั่นจะอยู่ได้ยังไง แล้วนำสู่ประเด็นว่า

“เชนก็มีแต่พวกเรานี่แหละ แต่พวกเรา...หมายถึงเค้ากะตังตัง ซึ่งเราน้าหลานไม่มีคุณสมบัติที่จะช่วย

เชนได้ในเรื่องนี้ แต่เจน...เจนทำได้” แล้วตฤณก็เอ่ยปากว่า “อยากให้เจนช่วยหางานให้เชนทำหน่อย เพราะในที่ทำงานของตัวเองน่าจะมีงานให้คนทำเยอะ งานอะไรก็ได้ที่จะไม่มีใครสนใจตัวตนของเชน ไม่ต้องผ่านสัมภาษณ์ ขอดูเอกสาร วุฒิการศึกษา หรือถามประสบการณ์ ไม่งั้นเสร็จแน่”

เจนจิราฟังแล้วคิดหนัก

ooooooo

เชนกินบะหมี่แล้วบอกปลายฟ้าว่า ตนจะอยู่ที่นี่ทำตามสัญญา จะทำงานดูแลเธอต่อไป แต่ก่อนอื่นเธอต้องพาตนไปเจอคุณพ่อคุณแม่ของเธอก่อน ตนจะทำตามประเพณีไปสู่ขอเธอ

ปลายฟ้าอ้างว่าพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดบ้าง พ่อดุบ้าง แม่รังเกียจคนมีหนวดบ้าง เชนก็บอกไม่เป็นอุปสรรค นัดพรุ่งนี้ให้พาตนไปเลย

“เอ่อ...แล้วคุณมีเงินเก้าแสน ทองเก้าสิบบาทไปพบคุณพ่อคุณแม่ของปลายฟ้าแล้วเหรอคะ” เชนตกใจถามว่าให้เอาไปทำไมตั้งเยอะแยะ “อ้าว...ก็ถ้าจะไปสู่ขอปลายฟ้า ก็ต้องเตรียมสินสอดไปให้พร้อมเลยน่ะซีคะ ไม่อย่างนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมให้พบแน่ๆค่ะ”

เชนนั่งเครียดกับเงินเก้าแสนกับทองเก้าสิบบาท ปลายฟ้าดูแล้วยิ้มสมใจได้ทีจะรุกเชนบ้าง ถามว่าทำไมไม่พาตนไปพบพ่อแม่เขาบ้าง เชนบอกว่าตนไม่มีพ่อแม่ ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าตนมีพ่อแม่หรือเปล่า แต่เท่าที่จำได้ไม่เคยมีใครเอ่ยถึงพ่อแม่ตนเลย ตนรู้ตัวว่า ตัวเองมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็ตอนอายุ 25 แล้วและตนก็กำลังโด่งดังอยู่ที่วังบูรพา”

พอถูกนักสืบอย่างปลายฟ้าซักถามมากเข้า เชนก็อึกอักเพราะต้องปิดบังเรื่องที่ตนหลุดออกมาจากในหนังโดยบังเอิญ ปลายฟ้าดักคอว่าเขามีอะไรปิดบังตนอยู่ใช่ไหม อ้างว่าถ้าเราจะแต่งงานกันก็ต้องไม่มีอะไรปิดบังกัน ตนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า“ตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะ คุณเป็นใครบอกความจริงปลายฟ้ามาซีคะ คุณเป็นใคร”

เชนอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดบทว่า ตนก็เป็นนายเชนคนธรรมดาที่พร้อมจะปกป้องดูแลเธอ ว่าแล้วก็จู่โจมหอมแก้มเธอฟอดหนึ่งอย่างรวดเร็ว เอ่ย “ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะครับ” แล้วลุกออกจากบ้านไปเลย

พอหายตะลึงจากถูกขโมยจูบ ปลายฟ้าก็บ่นอย่างเสียดายว่า เกือบจะได้ความจริงจากปากนายนั่นอยู่แล้วเชียว!

ooooooo

ดร.อาทิตย์ดำเนินแผนของตนผ่านประมุข โดยปรับผังดึงรายการรายการหนึ่งในฝ่ายของเจนจิราขึ้นมาอยู่ในช่วง Prime Time เพิ่มเวลาให้อีกครึ่งชั่วโมง โดยจะได้ทำงานร่วมกับด็อกเตอร์อาทิตย์ด้วย

พิธีกรต่างดีอกดีใจกันมาก เว้นแต่เจนจิราที่ถือถ้วยกาแฟดื่มหน้านิ่ง แต่แล้วก็ตกใจเมื่อด็อกเตอร์อาทิตย์เลือกเธอเป็นพิธีกรร่วม ซ้ำยังบอกว่าเรื่องรูปแบบรายการตนคิดไว้หมดแล้ว พูดเองเออเองแล้วอาทิตย์ก็สั่งให้เจนจิรายืนขึ้น จากนั้นทีมงานก็เชิญเธอไปที่ห้องแต่งตัว เจนจิราถามว่าเขากำลังจะทำอะไร

“ผมกำลังจะแปลงโฉมคุณ ให้เป็นคนใหม่ไงล่ะ ศรัทธา...ศรัทธา...ฮ่ะๆๆๆ”

ตฤณมุเขียนการ์ตูนชุดฮีโร่มนุษย์อะตอม เอาไปเสนอนิกร เขาดูแล้วชอบใจ ชมว่าเป็นแนวคิดการ์ตูนผสมวิทยาศาสตร์ ถามทึ่งว่า คิดได้ไงนี่? แต่แล้วก็ปิดต้นฉบับวางโครมที่โต๊ะ บอกตฤณว่าไว้ตนเรียนต่อจบด็อกเตอร์ก่อนค่อยมาเสนอใหม่ อ้างว่าไอคิวอีคิวตนเสพไม่ถึงงานของเขา ให้เขียนอะไรที่มันบันเทิง...บันเทิงหน่อย

เชนกับตังตังรอคอยฟังผลการเอางานไปขายของตฤณ เชนทนไม่ได้อยากรู้เดี๋ยวนี้ แล้วเดินไปสำนักพิมพ์เลย ตังตังรีบวิ่งตามไป

ตฤณได้ฟังคำตอบของนิกรแล้วเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า ชี้แจงว่า งานนี้บันเทิงมาก เด็กต้องชอบ แล้วทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องพอลลูชั่นด้วย “เด็กที่ไหนจะอยากเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เด็กๆต้องการอ่านอะไรที่ทำให้พวกเขาหัวเราะคิกคัก เสียว สยิวกิ้วบ้างก็ได้” ตฤณพูดอย่างผิดหวังว่า เพราะคิดกันอย่างนี้เอง ไทยถึงอยู่กับที่ตามนานาอารยประเทศไม่ทัน เลยถูกนิกรไล่ให้เขาบินไปขายงานที่นานาอารยประเทศเลย

“หน็อย! พูดแบบนี้ใจร้ายเกินไปแล้ว” เชนโพล่งขึ้นแล้วพรวดเข้าไป ตังตังดึงไว้บอกเชนว่าเขาไม่ใช่เหล่าร้ายเขาเป็นนายทุนนายจ้างที่ตฤณต้อง พึ่ง “ต้องพึ่งเขา...ก็เลย... ต้องยอมเขา...งั้นเหรอ?” เชนถามอย่างรับไม่ได้ พอตังตังบอกว่า จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เชนเลยอึ้ง ส่วนตฤณ พอเงยหน้าเห็นเชนกับตังตัง ถึงกับซีดอย่างสิ้นหวัง...

ooooooo

ตฤณเดินผ่านเชนกับตังตังออกมานั่งริมทางเท้าอย่างหมดแรง บอกตังตังว่าน้าล้มเหลวอีกแล้ว ตังตังกับเชนสบตากันแล้วตังตังก็ลงนั่งข้างๆ กอดคอตฤณพูดให้กำลังใจ

“น้าตฤณ...ชีวิตคนเราก็อย่างนี้แหละ มีวันที่กินแห้วบ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ เดินหน้าทำสิ่งที่เรามุ่งหมายไปเรื่อยๆ มันต้องมีวันที่เราสมหวังสักวันสิน่า”

ตฤณเงยมองเชนพูดปลงๆ เชิงสอนว่า “นายสมเพชฉันสินะเชน นี่ล่ะชีวิตจริง โลกของความจริง ลูกผู้ชายมันไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่เสมอไปหรอก โดยเฉพาะฉัน ฉันต้องเจอกับความพ่ายแพ้มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งๆที่ฉันพยายามอย่างที่สุด แต่มันก็เป็นแบบนี้...แล้วนายจะเข้าใจเมื่อนายอยู่ในโลกของความจริง มันมีหลายอย่างเหลือเกินที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคนสามัญ มนุษย์เดินดิน...”

เชนฟังแล้วคิดบางอย่าง เขาบรรจงถอดผ้าพันคอสีแดงออกจากคอต่อหน้าทุกคน บอกทุกคนว่า

“สายลับเชนก็อยากจะขอลองเป็นแค่นายเชนคนธรรมดาบ้าง อยากรู้ว่ามันจะยากแค่ไหน” ตฤณบอกว่ามันอาจจะง่ายสำหรับเชนก็ได้เพราะเขาเป็นคนเก่ง “ไม่จริงหรอก มีตั้งหลายอย่างที่เชนเพิ่งรู้ว่ามันไม่เหมือนในหนังเลย เช่น เชนต้องรู้สึกเจ็บ โดนอะไรบาดก็เลือดไหล เชนต้องหิว เชน
ต้องอดทน ไม่ทำอะไรรุนแรงกับคนที่...พวกเราต้องพึ่งพาในอนาคต”

ตฤณยื่นมือไปสัมผัสกับเชนเอ่ยต้อนรับเข้าสู่โลกของมนุษย์เดินดิน พูดเหมือนเตือนสติเชนและประชดตัวเองว่า

“คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อผดุงความยุติธรรมกันทุกคนหรอก คนบางคนก็อาจจะเกิดมาเพื่อจะเป็นไอ้ขี้แพ้ก็ได้”

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 5 วันที่ 11 ม.ค. 58

ละครสายลับสามมิติ บทประพันธ์โดย : สีชาติ
ละครสายลับสามมิติ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย
ละครสายลับสามมิติ กำกับการแสดงโดย : เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครสายลับสามมิติ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดักชั่น จำกัด
ละครสายลับสามมิติ ควบคุมการผลิตโดย : ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครสายลับสามมิติ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น