อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 12 วันที่ 28 ม.ค. 58
“นาย
ไม่เชื่อฉันว่าลินดาเป็นนางนกต่อ ลินดาไม่ได้หวังดีกับเรา”
ปวันพยายามบอกเชนอีก แต่เชนก็ไม่เชื่อยืนยันว่าลินดาเป็นคู่หูเป็นเพื่อนตน
“ฮึ! ไว้ใจกันเหลือเกินนะ
นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าทำไมพอนายรับลินดามาอยู่ด้วย
ไอ้พวกอาทิตย์มันถึงส่งคนมาถล่มเรา
รู้ความเคลื่อนไหวของเราราวกับนั่งอยู่ด้วยกันในบ้านงั้นแหละ”
“ก็อาทิตย์มันจ้องจะเล่นงานเราอยู่แล้ว มันรู้ที่อยู่ของเรา มันจะบุกมาตอนไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับลินดา”
ปวันกับเชนโต้กัน ฝ่ายหนึ่งระแวงลินดาอีกฝ่ายปกป้องลินดา
เชนหาว่าปวันหึงตนไม่มีเหตุผล
ทำเอาปวันสะดุ้งใจแต่กลบเกลื่อนหาว่าเชนหลงตัวเอง
เตือนเขาให้ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน โดนฆ่าเมื่อไรแล้วจะรู้สึก
พูดแล้วเดินหนีไปอีกทาง
เชนมองตามอย่างหนักใจที่ไม่อาจเปลี่ยนความเชื่อของปวันได้
ooooooo
ตฤณยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจนจิรา
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรทำอย่างไรเจนจิราก็ยังพร่ำเพ้อถึงแต่บารมี
เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เดินลงทะเลจะฆ่าตัวตายทำเอาตฤณต้องตามไปลากขึ้นจากทะเล
ขึ้นมาถึงเธอก็เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงบารมี
“โถ...เจน ทำไมตัวเองเป็นถึงขนาดนี้” ตฤณรำพึงอย่างเศร้าใจ
ส่วนปวันกับลินดา เหมือนขมิ้นกับปูน
ลินดาเดินมาเจอโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้วางอยู่ที่โต๊ะ ก็แอบหยิบจะเอาไปโทร.
แต่พอเริ่มกดปุ่มโทรออก ปวันก็ถามขึ้นว่า “โทร.หาใครหรือ?”
“อยากจะโทร.สั่งไก่ อยากกินไก่กินพิซซ่า” ลินดาเฉไฉ
เพราะยังมีกลุ่ม ดร.อาทิตย์ที่จะต้องตามสืบ
ปวันจึงให้จ่าเจี๊ยบกลับไปทำงานทางโน้น ส่วนตนจะเกาะติดทางนี้
จ่าเป็นเตือนปวันว่าอยู่ทางนี้ก็ให้ระวังตัวด้วยตนเป็นห่วง
ถ้าทางตนมีอะไรจะรีบส่งข่าว
แต่พอปวันหันกลับมาเห็นเชนอยู่กับลินดาก็พึมพำกับตัวเอง
“เชน...นายรักเขาใช่ไหม?”
ปวันถือโทรศัพท์จงใจให้ลินดาเห็น แล้วทำทีเดินไปหาที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์
พอมีสัญญาณจะโทร.ก็ลืมเบอร์ เลยทำเป็นรีบร้อนกลับไป
เอาโทรศัพท์วางไว้ที่โต๊ะล่อตาลินดา พอปวันเดินผ่านไป
ลินดาก็แอบหยิบโทรศัพท์เดินอ้าวไปอีกทาง
ที่แท้ปวันล่อให้ลินดาห่างจากเชนแล้วลากเชนไปจับผิดลินดา
ปวันลากเชนไปยังมุมหนึ่ง เห็นลินดากำลังจะกดโทร.ออก
ลินดาไปคว้าโทรศัพท์คืนพูดเหมือนจับคนร้ายได้ว่า
“จับได้พร้อมของกลางเลยนะ...ไหนดูซิว่าโทร.หาใคร”
ลินดาจะแย่งโทรศัพท์คืนแต่เห็นเชนวิ่งตามปวันมาเลยสำออยทำเป็นเซล้มเอามือที่มีผ้าพันแผลพันอยู่
ยันกับพื้น เชนบ้าจี้วิ่งไปประคองถามว่าเจ็บไหม ลินดาทำท่าเจ็บมาก จ้องหน้าปวันถามว่าผลักตนทำไม
เชนหูเบาเชื่อลินดา ถามปวันอย่างไม่พอใจว่าทำร้ายลินดาอีกแล้วหรือ ฝ่ายแม่นั่นก็สำออยว่า ทำไมถึงเกลียดตนขนาดนี้ ตนทำอะไรให้หรือ
“ปวัน คุณเลิกตั้งแง่กับลินดาเถอะ ยังไงเราก็พวกเดียวกัน
อยู่กันอย่างสมานฉันท์ สามัคคีกันได้ไหม เรามีศึกข้างนอกต้องรับมือ
อย่าแตกแยกกันเองเลย” ปวันพูดอย่างผิดหวังว่าคุณไม่เชื่อฉัน
“ผมเชื่อจากหลักฐาน ไม่ใช่สันนิษฐาน”
ปวันทนไม่ได้เดินหนีไปทั้งน้อยใจทั้งหงุดหงิด
เชนจะตามไป ถูกลินดารั้งไว้บอกว่า
“ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ให้เวลาคุณปวันได้อยู่กับตัวเองสักหน่อยดีกว่า
ตามไปตอนนี้ก็รังแต่จะทะเลาะกันหนักขึ้น” เชนเลยชะงักหันกลับมา
ลินดาแอบยิ้มที่รั้งเชนไว้ได้ และทำให้ปวันกับเชนแตกคอกันได้
ooooooo
ปัญหาหนึ่งชายกับสามหญิง ยังเป็นเรื่องให้มีปัญหากันไม่จบสิ้น
ลินดานั้นต้องการทำลายเชนตามบัญชาของ ดร.อาทิตย์
จันทร์เจ้าอยากได้เชนไว้แก้เหงาใจ ส่วนปวันระแวงลินดาว่าเป็นคนท่ี
ดร.อาทิตย์ส่งมาเป็นไส้ศึก แต่เชนกลับมองลินดาเป็นมิตร
แก๊งเด็กๆก็มุ่งมั่นที่จะช่วยน้าเจนกับน้าตฤณ
ตังตังมีกังฟูเป็นคู่หูอยู่แล้ว
กังฟูวางแผนบางอย่างจึงชวนสมายล์มาสนุกด้วยกัน พอคนขับรถพาสมายล์มาส่ง
กังฟูถามทันทีว่าได้ของที่สั่งไหม
ของที่กังฟูสั่งให้สมายล์หามาให้คือน้ำหอมอโรม่า กลิ่นกระดังงา
พ่อบอกว่าช่วยคลายเครียดเผื่อจะเรียกสติได้
พอได้มาก็เอาไปให้ตฤณฉีดรอบตัวเจนจิรา พอฉีดแล้วก็เฝ้าดูปฏิกิริยาจากเธอ
ปรากฏว่าเธอนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเรียกเบาๆ “บารมี...”
อึดใจเดียวก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก
วิ่งอ้าวกลับไปที่บ้านพักจนตฤณวิ่งตามแทบไม่ทัน
แต่ตฤณยังเพียรพยายามที่จะให้เจนจิรากลับมาเป็นคนเดิม
ทดลองวิธีเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังเพื่อฟื้นความทรงจำ เจนจิราฟังตฤณแล้ว
เธอจำเขาได้ จำเรื่องราวในอดีตได้
ตฤณดีใจมากที่เจนจิราจำเขาได้ ถามเขาว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เรียกตังตัง
กังฟู และสมายล์ได้อย่างถูกต้อง บอกตฤณว่าตนรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน
“ตัวเองถูกสะกดจิต น่าจะเป็นฝีมือไอ้อาทิตย์
ตัวเองหายแล้ว” ตฤณบอก
“เค้าหายแล้ว...แล้วตอนที่เค้าถูกสะกดจิต เค้ามีอาการยังไงเหรอ เอาเพชร
เอาทองส่งให้ ดร.อาทิตย์หมดเลย หรือว่าพวกมันใช้เค้าทำอะไรหรือเปล่า”
ขณะตฤณกำลังดีใจกับการกลับคืนมาเป็นเจนจิราคนเดิมนั้น พลันบรรยากาศก็เครียดทันทีเมื่อบารมีมาเรียก
“เจน!!!”
พอเจนจิราหันเห็นบารมี สีหน้าแววตาเธอก็กลับเหมือนเดิม
ตฤณยังพยายามถามว่าเจนหายแล้วไม่ใช่หรือ เธอมองเขาด้วยแววตาเลื่อนลอย
แล้วทักบารมีอย่างยินดี
“บารมี...มารับเจนแล้ว...”
“โธ่เว้ย!!” ตฤณสบถอยากจะบ้าตาย ส่วนพวกเด็กๆ ที่มาซุ่มดูอยู่ต่างมองกันงงๆ
ooooooo
ลินดาส่งวีดิโอบ้านพักตากอากาศและสภาพทั้งภายในภายนอกที่แอบถ่ายไว้ไปให้
ดร.อาทิตย์ดู พอ ดร.อาทิตย์ดูก็รู้ทันทีว่าสถานที่นั้นอยู่ที่ไหน
ขอบใจและชมลินดาที่ทำหน้าที่เป็นนางนกต่อได้ยอดเยี่ยม
ดร.อาทิตย์วางแผนจะฆ่าพวกเชนทั้งหมด บอกอินทุกับนารีว่า
“แต่แผนนี้จะทำได้ ฉันต้องมีผู้ช่วย” อินทุถามว่าหมายถึงมิสเตอร์โอเคใช่ไหม
“เหอะ! ไอ้โอเคมันเก่าไปแล้ว
ฉันต้องหาผู้ช่วยคนใหม่ที่พูดน้อยๆแต่พลังมากๆไร้เทียมทาน”
ดร.อาทิตย์มองไปที่แว่นสามมิติ หวังจะใช้ไปเอาวายร้ายตัวใหม่จากในหนังมาเป็นผู้ช่วยตน
จันทร์เจ้าวางโทรศัพท์ของตนไว้ล่อลินดาหมายจะจับให้ได้คาหนังคาเขา
ลินดาเองก็เกือบติดกับ เพราะย่องไปเอาโทรศัพท์ ขณะกำลังจะโทร.ออก
จันทร์เจ้าก็เข้ามา ลินดารีบหย่อนโทรศัพท์เข้าที่เดิม
จันทร์เจ้าเข้ามาแต่ลินดาหายไปแล้ว จันทร์เจ้ามองหาไม่เห็นลินดา เจอแต่โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าก็ทำเป็นบ่นตัวเองว่าลืมไว้ที่นี่เอง
ที่แท้ลินดาโดดขึ้นไปเกาะฝ้าดูอยู่ ถ้าตัวเองถูกจับได้ก็จะฆ่าจันทร์เจ้าปิดปากเสีย แต่จันทร์เจ้าออกไปเสียก่อน ลินดาจึงลงจากฝ้าบ่น
“เกือบได้ฆ่านังนี่ปิดปากซะแล้ว เอ๊ะ...แล้วนังปวันหายหัวไปไหน
เสียแรงที่เคยเป็นตำรวจ สุดท้ายหล่อนก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันฉัน ฮิๆๆ”
ลินดาหัวเราะเยาะ
ปวันกำลังไปเดินหาซื้อเสื้อผ้าชุดเดินชายหาด เลือกได้ชุดถูกใจในราคา 400 บาท พอได้ชุดก็ยืนคิด...
“ในเมื่อพูดดีๆไม่ยอมเชื่อ ได้...เดี๋ยวเจอกัน นายเชน!”
ooooooo
บารมีจะพาเจนจิรากลับ แก๊งเด็กๆพากันเกาะเจนจิราไว้แน่นส่งเสียงกันเซ็งแซ่ไม่ยอมให้เจนจิราไป ถูกบารมีตวาด
“โฮ่ย...หนวกหูไอ้เด็กพวกนี้ ปล่อยเจนเดี๋ยวนี้นะ บอกให้ปล่อย เป็นเด็กไม่อยู่ส่วนเด็ก มายุ่งอะไร”
ตฤณสะอึกออกมาปรามบารมีว่า ห้ามทำอะไรเด็กเด็ดขาด และให้ปล่อยเจนจิราด้วย ประกาศกร้าวว่า
“วันนี้เป็นตายยังไงฉันไม่มีวันยอมให้นายได้ตัวเจนกลับไปเด็ดขาด” บารมีพุ่งเข้ามาถามว่าอยากตายหรือ เชนโผล่พรวดมาเตือนว่า
“อย่าเสี่ยงดีกว่าคุณหมอ ตอนนี้ผู้ช่วยตฤณเขาคือคู่หูของเชน
เขาไม่ใช่คนเดิมแล้วนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน”
พูดพลางเดินกะเผลกๆเข้ามา
เมื่อบารมีไม่ยอมปล่อยเจนจิรา ตฤณจึงท้าต่อยกัน
พวกเด็กๆเชียร์น้าตฤณกันเซ็งแซ่ ในขณะที่บารมี
มีเจนจิราคนเดียวที่ทั้งร้องทั้งเต้นเชียร์อยู่คนเดียว
พอบารมีถูกตฤณเล่นงานจนสะบักสะบอม เจนจิราก็หาว่าบารมีถูกรุม
เชนกระซิบอะไรบางอย่างกับตังตัง ครู่หนึ่ง ตังตังไปกระซิบกับจันทร์เจ้า
พอเห็นบารมีย่ำแย่ จันทร์เจ้าก็ร้องโวยวายขึ้นว่า “ว้าย...ตายแล้วคุณหมอ
เจ็บมากไหมคะ กรี๊ด...จมูก! จมูกคุณหมอมัน...มัน...โอ๊ววววว!!”
จันทร์เจ้าทำหน้าสยอง
บารมีตกใจคลำจมูกตัวเองนึกว่าซิลิโคนโผล่
จันทร์เจ้าเร่งให้รีบเข้าไปทำแผลก่อนที่หน้าหมอจะไม่เด๊ะ แล้วพาบารมีไป
เจนจิราร้องโหวกเหวกโวยวายที่ถูกทิ้ง แต่ก็ยังตะโกนบอกบารมีว่า
ตนจะปกป้องเขาเอง
“เป็นอย่างนั้นไปฉิบ! แทนที่จะตาสว่าง กลับมืดบอดลงไปอีก” เชนบ่นกับตฤณเซ็งๆ
“มันใช้วิธีอะไร ตัวกระตุ้นการสะกดจิตให้แรงขึ้นมันคือตัวบารมีใช่ไหม
เมื่อเจนเห็นบารมีก็จะเร้าให้บ้ามากขึ้นจนแก้ไขได้ยาก แต่ผมจะไม่ท้อหรอก
เจน...เจนฟังนะ ผมจะช่วยคุณให้ได้ ไม่ใช่เพื่อตัวผมแต่เพื่อคุณ... เจน”
ตฤณมุ่งมั่นมาก
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว เชนหันมองไปทางทะเล เขาชะงักกึกแล้ววิ่งออกไปพลางร้องเรียกอย่างตื่นเต้น
“คุณปลายฟ้า...คุณปลายฟ้า...” แต่พอวิ่งไปถึง
ไม่เห็นปวันที่แต่งเป็นปลายฟ้าแล้ว มองหาจึงเห็นเธอนั่งหลับตานิ่งอยู่ที่โขดหิน เลยไม่กล้าเข้าไปรบกวนสมาธิ
ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของลินดา เธอเขม้นมองพึมพำ นังนั่นใครกัน?”
พอดีปลายฟ้าหาคำตอบให้กับนวนิยายตอนจบของตนได้
เธอลืมตาลุกขึ้นก็เห็นเชนมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เธออุทาน “เชน”
เชนยิ้มเท่ให้ตอบเสียงหล่อว่า “ใช่แล้วครับ ผมเอง...สุดหล่อเชน”
ส่วน ดร.อาทิตย์เปิดหนังเรื่องต่างๆดูเพื่อหาวายร้ายมาเป็นผู้ช่วยของตน จนเลือกได้ “ไซล่าร์” เขาดีใจมากพึมพำ...
“ไซล่าร์...ไซล่าร์...แกคือตัวร้ายในฝันของฉันจริงๆ เห็นทีฉันต้องไปเชิญแกด้วยตัวเองซะแล้ว”
แล้ว ดร.อาทิตย์ก็หยิบแว่นสามมิติมายืนจังก้าอยู่หน้าทีวี ครู่เดียว เกิดแสงสว่างวาบขึ้นที่จอทีวี
เสียงกรีดร้องของคนในทีวีที่กำลังหนีตายและเสียงคำรามของไซล่าร์ในหนังที่
ตามฆ่ากัดกินคนอย่างน่าสยดสยองปรากฏขึ้น ดร.อาทิตย์สวมแว่นสามมิติทันที
พริบตานั้น ร่าง ดร.อาทิตย์ก็กลายเป็นแสงสว่างวาบขึ้นแล้วพุ่งหายไปในทีวี!
ooooooo
เชนนั่งคุยกับปลายฟ้าที่โขดหินชายหาด เขาถามเธอว่าหายไปไหนมา?
ปลายฟ้าย้อนถามว่าแล้วเขาล่ะ หายไปไหนมา? เชนรู้สึกตัวเองผิด
เขาไม่ตอบแต่เปลี่ยนเป็นถามว่า เธอมาที่นี่ได้ยังไง?
“ที่นี่เป็นชายหาดที่ปลายฟ้ามาเป็นประจำ
ยามต้องการความสงบในการประพันธ์นวนิยาย แล้วเชนล่ะมาได้ไง
หรือว่าคุณสืบเสาะสะกดรอยปลายฟ้ามา แต่คุณจะทำแบบนั้นทำไม
คุณก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากปลายฟ้าอีกแล้ว”
เชนยิ่งรู้สึกผิดถามว่าเธอโกรธตนหรือถึงได้ไปโดยไม่ล่ำลา ถามว่า
“แต่คุณปลายฟ้าได้รับจดหมายลาของผมแล้วไม่ใช่เหรอครับ
ผมสัญญาว่าถ้าเสร็จภารกิจ จะกลับมารับผิดชอบชีวิตคุณอีก
ตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว”
ไม่ไกลจากนั้นนัก ลินดาคลานกระดึ๊บ...กระดึ๊บมาตามพื้นหลังพุ่มไม้ ค่อยๆใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามา...
ปลายฟ้ากับเชนยังนั่งคุยกันอยู่
เธอบอกเหตุผลที่ออกจากบ้านเช่าว่าเพราะต้องการจะขึ้นคาน
เชนตกใจถามว่าในโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่ต้องการจะขึ้นคานอีกหรือ
เมื่อเธอบอกว่ามีและตนก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการมีผู้ชายมาเป็นภาระในชีวิต
ย้ำว่า
“ปลายฟ้าขอบอกว่าไม่ใช่ว่าปลายฟ้าไม่มีใครต้องการ แต่ผู้หญิงอย่างปลายฟ้าเป็นฝ่ายไม่ต้องการ
ใครเองต่างหาก เข้าใจเสียใหม่ด้วยนะคะ”
เชนคลึงขมับอย่างปวดหัวขอร้องว่า “ช่วยสรุปให้ผมฟังหน่อยซีครับ ว่าทั้งหมดที่คุณปลายฟ้าเหน็บผมมา...อ่า...”
“ปลายฟ้าต้องการอยู่คนเดียวค่ะ
ชีวิตคู่มันกักกั้นอิสรภาพในการจิ้นของปลายฟ้า
มันเป็นอุปสรรคในการคิดถึงพระเอกในฝันเวลาเขียนนิยาย”
เชนถามว่านี่เป็นการบอกเลิกใช่ไหม “ปลายฟ้าไม่เคยคบคุณเป็นแฟน
จะเรียกว่าเลิกไม่ได้หรอกค่ะ ที่ผ่านมาเราคือเพื่อนที่ดีต่อกัน
และก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดไปค่ะเชน”
“ถ้านี่คือความต้องการของคุณ สุภาพบุรุษเชนก็ไม่อาจฝืนใจ” เชนตัดใจ พลันปลายฟ้าก็โผกอดเขากระซิบบอก
“ผู้หญิงที่ชื่อลินดาแอบตามเรามาค่ะ...อย่าหันไปนะคะ
ปลายฟ้าจะพิสูจน์อะไรให้คุณดู...ตามปลายฟ้ามา เราไปเดินเล่นกัน”
แล้วปลายฟ้าก็จูงมือเชนเดินไปที่ชายหาด
ลินดาที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้โผล่ขึ้นมาดู พึมพำสงสัย...
“นังนี่โผล่มาจากไหน สัญชาตญาณลินดาบอกว่า แม่นี่มันมีอะไรมากกว่าความเชยของมัน”
ooooooo
ที่ด้านนอกของบ้านพักตากอากาศ
ตฤณยังเฝ้าดูแลและพยายามที่จะฟื้นความทรงจำของเจนจิราให้กลับมาเป็นเจนจิรา
คนเดิม โดยเอากระบองเพชรต้นนั้นมาให้เจนจิราดู ทั้งตังตัง กังฟู
และสมายล์มาช่วยกันลุ้น
“ฉันคิดถึงบารมี โอ๊ย...ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เรียกบารมีมาหาฉันที”
เจนจิราร่ำร้องคร่ำครวญออกมา ทุกคนที่ลุ้นอยู่ก็พากันเซ็ง
ตังตังบอกตฤณให้ทำอะไรสักอย่างเถอะ
เพราะถ้าเจนจิราได้เห็นบารมีอาการก็จะกำเริบขึ้นอีก
ตฤณฟังพวกเด็กๆวิเคราะห์อาการของเจนจิรากันต่างๆนานาแล้วยิ่งว้าวุ่นใจ
จนสมายล์ถามว่านอกจากต้นกระบองเพชรแล้วตฤณมีอย่างอื่นที่จะช่วยเตือนความ
หลังให้เจนจิราได้อีกไหม ตฤณบอกว่าตนมีความหลังร่วมกันมากเหลือเกิน
แต่ไม่ทันนึกอะไรออก ตังตังก็วิ่งอ้าวกลับไปที่บ้านพัก
โดยมีกังฟูทำตัวเป็นพระเอกวิ่งตามไปดูแล
ตังตังวิ่งกลับไปที่บ้านพักค้นกระเป๋าหาสมุดปลาวาฬ ถามกังฟูว่าเคยเห็นไหม
กังฟูบอกว่าไม่เคยเห็นสมุดปลาวาฬเห็นแต่สมุดปลาปักเป้าแล้วทำแก้มป่องให้ดู
ตังตังเลยไล่ให้ไปช่วยจันทร์เจ้าขวางบารมีไว้อย่าให้ออกมาหาเจนจิราดีกว่า
พอกังฟูออกไป ตังตังก็หาเจอ
“อยู่นี่เอง” ตังตังหยิบสมุดปลาวาฬออกมาดูอย่างดีใจ
ooooooo
จันทร์เจ้าหลอกบารมีเข้าไปสำรวจใบหน้าตัวเองว่ามีส่วนไหนหักบุบและจมูกซิลิ
โคนโผล่หรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มี จันทร์เจ้าทำเป็นโล่งอกบอกว่า
ตนคงตกใจเลยตาฝาดเห็นทรายที่หน้าหมอเป็นซิลิโคน
“ระดับฝีมือหมอศัลยกรรมมือหนึ่งอย่างหมอ บารมีเด๊ะ
รับประกันว่าทำแล้วไม่มีไหล ไม่มีย้วย ไม่มีทรุด”คุยโวแล้วจะออกไป
จันทร์เจ้ารีบหาเรื่องถ่วงเวลา ทำทีปรึกษาว่าตนจะทำทัวร์ศัลยกรรม
พาลูกทัวร์เออีซีมาทำสวยทำหล่อ ก็ต้องมีคลินิกที่มีคุณภาพรองรับ
บารมีตัดบทว่าคลินิกตนพร้อมรองรับ
บารมีตั้งหน้าตั้งตาแต่จะไปหาเจนจิรา จันทร์เจ้ารั้งไว้ถามรายละเอียดมากมาย จนบารมีฉุน เสียงดังใส่ว่า
“ก็บอกแล้วไงว่าผมรีบ ไว้คุยกันที่กรุงเทพฯ” บารมีหุนหันจะออกไป
ก็ชนเข้ากับกังฟูที่ถือไอศกรีมช็อกโกแลตแม็กนั่มแท่งๆ
เดินกินเข้ามาอย่างจังจนไอศกรีมเลอะเสื้อ
บารมียิ่งโมโหส่วนกังฟูก็ร้องงอแงเสียดายไอศกรีม
จันทร์เจ้ากระวีกระวาดเอาผ้ามาเช็ดให้บารมี ทำเป็นบ่นกังฟูไปด้วย
กังฟูแอบขยิบตาให้ แม่ลูกต่างยิ้มอย่างรู้กัน
ooooooo
ส่วนเจนจิราก็คลุ้มคลั่งร่ำร้องแต่จะไปหาบารมี
ขู่ว่าหากตฤณไม่ให้ไปก็จะเอาหัวฟาดพื้นให้สมองกระจาย
ซ้ำเมื่อตฤณเตือนว่าเธอมโนสยองขึ้นทุกทีแล้ว
ก็ถูกเจนจิราถ่มน้ำลายใส่หน้าด่าเขาว่าไอ้โรคจิต
ตฤณบอกว่าอาการของเธอมันเกินเยียวยาแล้ว เหวี่ยงเธอออกไปไล่อยากไปไหนก็ไปเลย
“อย่าเพิ่งค่ะน้าเจน ดูนี่ก่อน” ตังตังวิ่งเอาสมุดปลาวาฬมากางให้ดูตรงหน้า
เจนจิราชะงักทันที ตฤณเองก็อึ้งถามตังตังว่าเอาสมุดนั่นมาจากไหน
ตังตังจุ๊ปากไม่ให้พูดแล้วถามเจนจิรา “น้าเจนจำสมุดการ์ตูนเล่มนี้ได้ไหมคะ”
ถามแล้วมองลุ้น
เจนจิราค่อยๆเอื้อมมือจับสมุด ทันทีที่จับสมุดเธอมีอาการเหมือนไฟช็อต ตฤณมองลุ้นใจระทึก รีบบอก
“การ์ตูนในสมุดเล่มนี้ เค้าเป็นคนวาดให้ตัวเอง ตอนที่เรารักกันใหม่ๆไง”
จากภาพการ์ตูนที่ตฤณวาดให้
ดึงความทรงจำของเจนจิรากลับมาทีละน้อย...ทีละน้อย
จนจำวันที่เธอคืนสมุดปลาวาฬให้ตฤณได้ วันนั้นเธอพูดก่อนจากกันว่า
“เค้าไม่เคยเสียใจที่ตัวเองไม่เก่งหรือไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย
แต่เค้าเสียใจที่ใจของตัวเองยอมแพ้อย่างหมดรูป ไม่ดิ้นรน ไม่ต่อสู้
ไม่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองรียกว่าความฝันและความ
สุขมา...รับคืนไปด้วย...เค้าไม่อยากดูมันอีกแล้ว...”
อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 12 วันที่ 28 ม.ค. 58
ละครสายลับสามมิติ บทประพันธ์โดย : สีชาติ
ละครสายลับสามมิติ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย
ละครสายลับสามมิติ กำกับการแสดงโดย : เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครสายลับสามมิติ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดักชั่น จำกัด
ละครสายลับสามมิติ ควบคุมการผลิตโดย : ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครสายลับสามมิติ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ