วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

บางระจัน ตอนทีี่ 19/4 วันที่ 30 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/4 วันที่ 30 ม.ค. 58

ผู้หญิงทั้งหมดรีบวิ่งออกไปหน้าค่ายอย่างรวดเร็ว แฟงยืนนิ่ง จวงจะวิ่งไปหันมามอง
"ไม่ไปหรือแฟง"
แฟงส่ายหน้า
"จวงไปเถอะ พี่สังข์อาจจะกลับมาด้วย"
จวงมีความหวังขึ้น วิ่งออกไปทันที

ใจเดินเปะปะ ชนกับกลุ่มชาวบ้านที่กำลังวิ่งนำหน้าไป
"มีอะไร มีอะไร"
ใจถาม แต่ชาวบ้านไม่ทันสนใจฟัง พากันวิ่งตรงไปทางหน้าค่าย


"ทางไหน .. หน้าค่ายไปทางไหน "
ใจโดนชาวบ้านหญิงคนหนึ่งชน ใจล้มลง คลุกฝุ่น สไบวิ่งสวนกลุ่มชาวบ้านเข้ามา ประคองใจไว้
"พี่ใจ"
"สไบ เกิดอะไรขึ้น เสียงชาวบ้านวิ่งไปทางหน้าค่าย"
"เราชนะศึกจ้ะ พี่ใจ ... เราชนะอังวะอีกแล้ว"

ใจฟังแล้วยิ้มไม่เต็มที่นัก ต่างจากสไบที่ยิ้มกว้าง
กองทัพชาวบ้านเข้าประตูค่ายมา ชาวบ้านลูกเมีย - พ่อแม่ต่างวิ่งเข้ากอดกันดีใจ ร้องไห้

จวงวิ่งออกมามองหาสังข์ สายตาจวงเห็นผัวเมียคู่อื่นๆกอดกันด้วยความสุข ทัพยืนม้ามองหาแฟง แต่ไม่เห็นแฟง
สไบใจพากันเดินออกมามองกองทัพที่กลับมาอย่างดีใจ แต่ใจหน้าเสีย สไบหันมามองใจแล้วรู้สึก

ลานท่าน้ำหลังค่ายระจัน เวลาเย็น แฟงวางดาบลง ยิ้มมีความสุขเพราะมั่นใจว่ากองทัพระจันได้ชัยชนะทัพเอาผ้ามาเช็ดเหงื่อที่ เลอะแขน แฟงคว้าดาบ หันขวับทันที เห็นทัพ ถือผ้าเช็ดเหงื่อตรงแขนแฟง ยิ้มให้
"จะฟันพี่เสียให้ตายเลยเชียวหรือ"
แฟงวางดาบแล้วบอก
"มาเงียบๆ ฉันตกใจ ไม่เผลอแทงดาบทะลุท้องก็บุญแล้ว"
"จะดุไปถึงไหน พี่เห็นผิวเอ็งเลอะเหงื่อไคล ก็อยากจะเช็ดให้...นวลเนียนเหมือนเดิม"
ทัพสายตาแพรวพราว แฟงมองแล้วนึกอาย
"ฉันเช็ดเองได้"
แฟงคว้าผ้าจากมือ แต่ทัพไม่ยอมยึดมือแฟงไว้
"อยากท้องทะลุหรือพี่ทัพ"
"พี่จับสองมือเอ็งอยู่อย่างนี้ จะจับดาบได้ยังไง"
"ฉันจะร้องให้คนช่วย"
ทัพดึงตัวเข้าชิดแฟง
"ร้องดูทีเถอะ พี่จะปิดปากเจ้าให้สนิท" ทัพยื่นหน้าเข้ามา
"พี่ทัพ"
"จ๋า"
"ปล่อยมือฉัน"
"ไม่ปล่อย ขอพี่ชื่นใจให้หายเหนื่อยสักนิดเถอะ แฟง"
ทัพก้มลงจะหอมแก้ม แฟงหลบหน้า จมูกทัพเฉียดแก้มไป ทัพรวบตัวแฟงมาใกล้อีก แฟงเอามือยันอก ถามขึ้นเร็ว
"ฉันได้ยินเขาพูดกันว่า พี่ช่วยวางแผนรบครั้งนี้ พี่รู้ว่าข้าศึกจะเดินทัพมาทางไหน หรือพี่ทัพ ... ทำไมพี่รู้"
ทัพอมยิ้มฃ
"พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะ ถึงจะถูกแฟงเกลียดโกรธมากแค่ไหน"
"อย่ามัวแต่พูดเย้าฉันนะพี่ทัพ"
"พี่พูดจริง แฟงเอ๋ย ฟังพี่เถิด พี่จะพูด จะถามความจริงจากใจ"
ทัพโอบแฟงไว้แน่น มองจ้องลงไปในตา
"หากชนะศึกครั้งหน้า เอ็งจะหายโกรธพี่หรือยัง"
"พี่กำลังจะเรียกสินบนจากฉัน"
"แล้วแฟงเต็มใจให้พี่ไม๊"
แฟงมองทัพที่ส่งสายตารักหวานฉ่ำ
"พี่จะขอสินบนเพียงข้อเดียว หากชนะศึกครั้งหน้า ขอให้แฟงมาเป็นแม่ศรีเรือน"
แฟงเขินอาย
"พี่ทัพ"
"ตอบพี่ก่อน แฟง"
ทัพกระชับอ้อมกอดมาใกล้
"ตอบเป็นสัญญาให้พี่ชื่นใจ มีหวังที่จะสู้ศึกคราหน้า เพื่อกลับมากินข้าวฝีมือเมีย"
"อยากกินข้าวอร่อย ก็ไปบอกสาวๆคนอื่นเถิด มีตั้งหลายอีที่ทอดสายตาให้นายกองม้าคนเก่งกล้าอย่างพี่"
"ร้อยหญิง พันหญิง สวยหยาดฟ้ามาดิน ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาพี่ นอกจากหญิงเดียวตรงหน้านี้"
ทัพโอบแฟงมาจนชิด
"ให้พี่มีหวัง มีกำลังใจสักนิด ว่าจะได้กอดเอ็งให้สมรัก ได้อยู่เคียงข้างในยามที่มีลม หายใจ"
แฟงยกมือปิดปาก
"พี่ทัพ"
ทัพดึงมือแฟงจูบแผ่วเบา แฟงสะท้าน
"พี่จะไปขอเอ็งกับอาเฟี้ยม จะเรียกสินสอดทองหมั้นเท่าไหร่ พี่จะหามาให้ได้"
"เห็นแม่ฉันแล้งน้ำใจ คิดจะเรียกสินสอดยามศึกเช่นนี้ได้ลงคอหรือพี่"
ทัพดึงแฟงมากอดไว้
"นอกจากแผ่นดินเกิดที่จะต้องรักษาไว้เป็นสิ่งแรก ก็มีเอ็งนี่แหละแฟงที่จะเป็นดั่งชีวิต ดั่งวิญญาณของพี่ แฟงเอ๋ย... รูปเอ็งสวยนัก แต่ใจนั้นสวยเกินรูป ขอให้พี่ได้เป็นเจ้าของกายใจงดงามนี้แต่เพียงผู้เดียวจนชั่วชีวิตเถิด"

ทัพจูบลงที่หน้าผากแฟงแผ่วเบา แฟงซุกหน้าลงในอกทัพด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมในรักจากชายที่มอบใจให้มานานแล้ว
เนเมียวสีหบดีเดินเข้ามาในค่ายด้วยสีหน้าโกรธจัด ทุกคนหมอบก้มต่ำ ไม่มีใครกล้าสบตา

"แยจออากานายทัพถูกฆ่าตายในสมรภูมิ...นี่ทัพเราพ่ายแพ้ไอ้พวกชาวบ้านระจัน ราบคาบเป็นครั้งที่ 5 อีกแล้วหรือ มันน่าขายหน้าแค่ไหน มีใครอีกที่จะอาสาฆ่าพวกมัน เอาเลือดมันมาล้างความอับอายให้ข้า แล้วนี่..ข้าจะต้องส่งคนไปให้มันฆ่าอีกกี่คน..ฮะ"
จอกยีโบและคนอื่นๆก้มหน้านิ่งเงียบ
เนเมียว จอกยีโบ...ไอ้พวกเชลยไทยที่ค่ายวิเศษไชยชาญมีเท่าไหร่ เอาออกมาตัดหัวสังเวยศพ
พวกเราให้หมด เราจะฆ่าเชลยไทยทุกคนที่จับได้...จนกว่าข้าจะตีค่ายระจันแตก

สังข์กำลังหาทางเอาฆ้อนทุบกุญแจช่วยเชลยไทยที่ถูกขังอยู่อย่างระแวดระวัง ต่างกระซิบกระซาบกัน
เชลย 2 ถาม
"พวกมันแพ้แก่บ้านระจันอีกแล้วหรือ"
"ใช่...เพราะข้าส่งข่าวไปให้พวกระจันรู้เอง"
เชลย 3 บอก
"สาแก่ใจข้านัก ออกไปได้ ข้าจะไปช่วยบ้านระจันรบ"
สังข์มองเชลยที่สีหน้ามีความหวัง ด้วยรอยยิ้ม ทหารอังวะ 10 กว่าคนกรูเข้ามา เชลยมองตกใจ
เชลย 2 บอก
"พวกมันมาโน้นแล้วเร็วๆเข้า"
ทหารอังวะเห็นสังข์กำลังช่วยเชลยอยู่ก็วิ่งดาหน้ามาอาวุธครบมือ สังข์หันไปสู้ ทหารอังวะอีกพวกไปเปิดกรงกระชากเชลยออกไปนับสิบ
"เอาพวกมันไปตัดหัวให้หมด ต่อไปนี้เชลยไทเราไม่ต้องเอามาขังให้เปลืองข้าวอีกต่อไป"
ผัวเมียหลายคนถูกแยก พ่อลูก ต่างเรียกชื่อไขว่คว้ามือหากัน สังข์เข้าไปเตะถีบทหาร แต่ก็โดนรุม จนต้องหนีเอาตัวรอดก่อน มีเชลยไทย 2-3 คน วิ่งหนีตามสังข์ไปได้ เสียงกรีดร้อง เสียงการต่อสู้ เสียงยื้อยุดดังวุ่นวาย โกลาหล เชลยไทย ชาย หญิง เด็กหลายคนถูกกระชาก ลากออกไปอย่างทารุณ

แพเปลี่ยวริมฝังน้ำ หลังค่ายวิเศษไชยชาญ ยามเย็น สังข์ ถอดชุดอังวะฝังอยู่ เหลือแต่ผ้าเตี่ยว รีบพาเชลยไทยที่หน้าตาแตกลงน้ำหายไป
พวกอังวะเข้าไปฉุดเชลยไทยออกมาจากกรง ทั้งแทง ฟัน ปาดคอล้มตายลงอย่างไร้ความปรานี
สังข์ และเชลยไทยดำน้ำโผล่ขึ้นมาอีกฝั่งหนึ่งตรงข้ามค่ายวิเศษไชยชาญ หันกลับไปมองที่ค่ายอังวะ
เห็นพวกอังวะกำลังฟาดฟันเชลยไทยนอนตายทับถมกันเหมือนภูเขาอย่างน่าเวทนา ทุกคนสีหน้าเจ็บแค้น หลายคนน้ำตาไหลนองหน้า จะวิ่งออกไป สังข์รีบจับไว้
"อย่า...ออกไปก็ตายเปล่า เรายังมีหน้าที่ที่ต้องทำ"
สังข์กำหมัดแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
"ไปสู่สุขคติเถอะเพื่อน ข้าสัญญา อีกไม่นาน ข้าจะตัดหัวพวกมันชำระแค้นให้"

ทัพกำลังเอาหญ้าให้อ้ายเลากิน ขาบควบม้ามาอย่างเร็ว บอกทุกคน
"กองสอดแนมของพ่อทองเหม็นบอกเห็นพวกทหารอังวะมาด้อมๆมองๆที่ท้ายทุ่ง"
ทัพบอก
"มันต้องมาดูลาดเลา เตรียมจะยกทัพอีก"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/4 วันที่ 30 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 14 วันที่ 30 ม.ค. 58

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 14 วันที่ 30 ม.ค. 58

“หมวด...หมวดปวัน...” เชนเพ้อเรียกหาปวัน
ปวันพักอยู่ในเซฟเฮาส์ เธอคิดถึงเชน...คิดถึงวันเวลาที่ได้ต่อสู้ด้วยกัน โดยเฉพาะคิดถึงวันที่เชนบอกความในใจว่า

“บางครั้งหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้ผมไม่อาจทำตามหัวใจเรียกร้องได้...แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่า ในชั่วชีวิตหนึ่งของสายลับเชน จะมีรักแท้เพียงหนึ่งเดียว คุณรู้ใช่ไหมว่าเธอคนนั้นเป็นใคร”



เวลานั้นเธอเฉไฉทายว่าเป็นลินดา...แต่นาทีนี้

ปวันภาวนาน้ำตาคลอ...“ฉันหวังว่า...ฉันจะได้เป็นผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น เป็นรักแท้ของสายลับเชน ถ้าคุณยังไม่ตายฉันจะถามว่า รักแท้ของคุณคือฉันใช่ไหม...แต่ฉัน...คงหมดโอกาสแล้ว...คุณไม่ต้องห่วง เชน หมวดปวันคนนี้จะสานต่อภารกิจกำจัดด็อกเตอร์อาทิตย์แทนสายลับเชนเอง!”

ปวันเปลี่ยนจากเศร้าเป็นฮึกเหิมขึ้นมา ลุกไปบอกตฤณอย่างห้าวหาญว่า เราไม่มีเวลาจะมานั่งเสียใจแล้ว เอาเวลามาแก้แค้นให้เชนดีกว่า ตฤณบอกว่าตนเป็นห่วงตังตังเพราะเชนไม่เพียงเป็นฮีโร่ในดวงใจของตังตัง แต่ยังเป็นเพื่อนแท้ในชีวิตจริงของตังตังด้วย ถ้าตังตังรู้ว่าเชนตายแล้วจะเป็นอย่างไร? ตฤณทั้งเสียใจเรื่องเชนและเป็นห่วงความรู้สึกของตังตัง...

ooooooo

ดร.อาทิตย์ให้อินทุกับสมุนเอาอาหารที่เป็นเนื้อสด มีเลือดติดอยู่หลายก้อนไปให้ไซล่าร์ที่ห้องพัก แต่ไปเรียกที่หน้าห้องก็เงียบกริบ

อินทุบอกให้วางอาหารไว้หน้าห้องจะได้รีบกลับ สมุนคนนั้นวางอาหารไว้ ประตูก็เปิดเอี๊ยดดดด...มันชะโงกเข้าไปดูพริบตานั้น มันถูกดึงหายเข้าไปในห้องแล้วประตูก็ปิดปัง! อินทุตกใจสุดขีดวิ่งเตลิดไปยังได้ยินเสียงสมุนคนนั้นร้องโหยหวนออกมา

อินทุไปรายงาน ดร.อาทิตย์ว่าไซล่าร์ลากลูกน้องเราเข้าไปกินเป็นๆ นารีกับลินดาตกใจร้องกรี๊ดอย่างหวาดเสียว แต่ ดร.อาทิตย์กลับหัวเราะ บอกว่า

“หึๆ ก่อนที่ฉันจะไปเอาตัวมันออกมาจากหนัง ฉันรู้อยู่แล้วว่าไอ้ไซล่าร์มันชอบกินของเป็นๆ ดิ้นได้ในปาก” ลินดายุว่าถ้ามีอะไรเกี่ยวกับไซล่าร์ให้เอานารีไป ถูกนารีด่าอีบ้า! ดร.อาทิตย์หย่าศึกว่า

“พอแล้วสาวๆ ไม่มีใครจะถูกมันเขมือบทั้งนั้นตราบใดที่เราเตรียมอาหารให้มันได้กินอิ่มทุก มื้อ ไซล่าร์มันก็เหมือนสัตว์ป่าจะล่าเฉพาะหิวเท่านั้น”

มิสเตอร์โอเคถามว่าหมายถึงเตรียมคนเป็นๆส่งไปให้มันเขมือบทุกวันหรือ ดร.อาทิตย์ไม่ตอบแต่หัวเราะหึๆในคอจนทุกคนอึ้ง สยอง มิสเตอร์โอเคพึมพำเบาๆ “คุณนี่มันไม่มีความเป็นคนแล้ว...ด็อกเตอร์อาทิตย์...”

ooooooo

จันทร์เจ้าพากังฟูกับตังตังกลับไปที่บ้านวันนี้ได้รับโทรศัพท์จากตฤณก็รีบ ยื่นให้ตังตังคุย ตังตังดีใจมากถามตฤณว่าตอนนี้อยู่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า พอตฤณบอกว่าตนไม่เป็นอะไร ตังตังก็ถามถึงคนอื่น

ตฤณอึ้งไปนิดหนึ่ง บอกตังตังไม่เต็มเสียงว่าหมวดปวันยืนอยู่ตรงนี้ มีจ่าเจี๊ยบกับอดีตผู้การธงทิวอยู่ด้วยไม่ต้องห่วง ตังตังถามทันทีว่าแล้วเชนล่ะ? ตฤณก็อึ้งพูดไม่ออก ตังตังขอคุยกับเชน ตฤณยิ่งอึกอัก ปวันจึงขอคุยกับตังตังเอง

ตังตังเอะใจร่ำร้องขอคุยกับเชน ปวันบอกให้ใจเย็นๆ บอกว่าเชนจากเราไปแล้ว ตังตังตกใจมาก ปวันยกย่องเชนว่า

“เชนเขาเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยให้พวกน้าหนีจากพวกด็อกเตอร์อาทิตย์มาได้ เชนเขาทำหน้าที่วีรบุรุษจนวินาทีสุดท้าย...”

“เชนยังไม่ตาย! เชนไม่มีทางตาย!! ไม่จริง!!!”

ตังตังวิ่งออกจากห้องไปอย่างไม่อาจทนฟังอะไรได้อีกแล้ว จันทร์เจ้าบอกปวันว่าไม่ต้องเป็นห่วงตนจะดูแลตังตังเอง แต่พอคุยถึงเชน จันทร์เจ้าก็ร้องไห้คร่ำครวญถึงเชนยิ่งกว่าตังตังเสียอีก

กังฟูออกไปหาตังตังพยายามหาเรื่องสนุกๆ ตลกๆ มาเล่ามาทายกันให้ตังตังหายเศร้าแต่ตังตังก็ยังเศร้า กังฟูเลยให้ตังตังเป็นคนทายบ้าง ตังตังถามว่าทำไมเชนถึงไม่ตาย?

กังฟูทายว่าเพราะเชนเก่ง เชนอึด ตังตังบอกว่าผิด เลยทายเหวี่ยงแหไปหมดทุกอย่างว่า เพราะเชนมีสมองถึก วิ่งเร็ว ยิงแม่น หลังคามุงกระเบื้อง ใส่เสื้อกันกระสุน เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ฯลฯ ตังตังบอกว่าผิดหมด กังฟูเลยยอม ตังตังเฉลยว่า

“เพราะเชนเป็นพระเอกไง พระเอกอย่างเชนไม่มีวันตาย ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะ ย่อมชนะอธรรม!”

จันทร์เจ้ายังคุยกับตฤณ เห็นตังตังวาดรูปเล่นอยู่ที่สนามมีกังฟูนอนกินขนมอยู่ใกล้ๆ จันทร์เจ้าบอกตฤณว่าไม่ต้องห่วงให้ตังตังอยู่ที่นี่ พวกตฤณพร้อมเมื่อไหร่ค่อยมารับ ตนจะบอกตังตังเอง พอวางสายจากตฤณ จันทร์เจ้าก็บอกกล่าวเชนว่า

“เชนคะ ไม่ว่าตอนนี้ดวงวิญญาณของคุณจะอยู่ที่ไหน ขอให้รู้ว่าจันทร์เจ้าจะคิดถึงคุณตลอดไปค่ะจุ๊บ...”

จันทร์เจ้าจูบที่ฝ่ามือแล้วโบกไปบนทองฟ้าราวกับเห็นวิญญาณเชนลอยอยู่บนนั้น...

ooooooo

มิสเตอร์โอเคเดินกวนๆ กร่างๆ ไปที่ห้องขังลุงเจิดกับวิศวะและเชน สมุนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องไม่ให้เข้า มิสเตอร์โอเคบอกว่าต้องเสียค่าผ่านประตูใช่ไหมเลยเอาทองสองแท่งมาโชว์แล้ว โยนให้มันไปแย่งกัน

พอสมุนทั้งสองวิ่งไปแย่งเก็บทอง มิสเตอร์โอเค หัวเราะร่าเดินผิวปากเข้าไปในห้องได้อย่างสบายๆ พอเห็นสภาพเชนในห้องขังก็เยาะเย้ยว่าสภาพของเชนนับจากนี้ไปอีกไม่เกิน 5 ชั่วโมงต้องหมดลมแน่

ลุงเจิดขอบใจประชดที่มาดูใจสายลับเชนคู่ปรับคู่แค้นของตัวเองเป็นครั้งสุด ท้าย เย้ยว่าดีใจที่ยืมมือไซล่าร์มาฆ่าเชนได้เพราะตัวเองไม่มีฝีมือ มิสเตอร์โอเคยถือ ภาษิตที่ว่าฆ่าได้หยามไม่ได้ ประกาศว่าคนอย่างตนรักเอง เกลียดเอง ฆ่าเองไม่เคยยืมมือใคร แล้วโยนถุงให้พร้อมกับน้ำสองขวด

วิศวะมองอย่างระแวง แต่พอเปิดดูเห็นเป็นยาต่างมองกันอย่างดีใจ มิสเตอร์โอเคบอกให้รักษาเชนให้หายอย่าให้ตาย “เพราะมันกับฉันยังมีแค้นที่ต้องชำระ ไอ้เชนมันจะตายด้วยมือใครไม่ได้เด็ดขาด นอกจากมิสเตอร์โอเคคนเดียวเท่านั้น!”

พอมิสเตอร์โอเคเดินผิวปากออกไป ลุงเจิดถามวิศวะว่า ตกลงไอ้หมอนี่มันบ้าหรือเป็นสุภาพบุรุษกันแน่

“มันจะเป็นอะไรก็ช่าง ผมรู้แต่ว่าเชนรอดแล้ว” ทั้งสองมองเชนอย่างมีความหวัง

เชนปรือตามองตามมิสเตอร์โอเคไป แม้จะไม่มีแรงพูด แต่รับรู้ถึงน้ำใจของศัตรูตลอดกาลของตัวเอง...

ooooooo

มิสเตอร์โอเคไม่โอเคกับการกระทำของ ดร.อาทิตย์ แต่ไม่บุ่มบ่ามรอเวลาที่โอเคก่อนค่อยจัดการ แต่พอเดินมาเห็นลินดานั่งแต่งหน้าทาเล็บก็สมเพชเยาะเย้ยว่า

“ฉันอยากให้เธอเห็นอดีตของเธอเหลือเกินลินๆๆดา ว่ามันยอดเยี่ยมขนาดไหน ตอนที่เธอต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับไอ้สายลับเชน เธอคือแม่ยอดหญิง ผิดกับตอนนี้ ที่เธอเป็นแค่นางนกต่อสวะๆ ที่ด็อกเตอร์อาทิตย์เลี้ยงไว้ข้างกายเพื่อเป็นเสี้ยนหนามทิ่มตำคู่อริไปวันๆ หาได้มีอุดมการณ์ไม่”

ผลคือถูกลินดาตบเพียะ แต่เธอถูกมิสเตอร์โอเคจับทุ่มบอกว่าเผื่อลูกทุ่มของตนจะช่วยรื้อฟื้นความจำได้บ้าง

ได้ผลจริงๆ! พอตกกระแทกพื้นลินดารู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัว ภาพในอดีตที่เคยต่อสู้ร่วมกับเชนแว้บๆ ขึ้น แม้ไม่ปะติดปะต่อ แต่พอหายงง ก็ถามตัวเองว่า

“ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย อยู่ๆก็เห็นภาพตัวเองอยู่กับไอ้สายลับเชน ฉันเคยเป็นพวกเดียวกับมันหรือ”

ส่วนเจนจิราพอหลุดจากการถูกสะกดจิตก็ยังทำตัวกลมกลืนไปกับพวก ดร.อาทิตย์ เธอกลับไปที่สมายล์ ทีวี จึงรู้ว่าตัวเองถูกปลดจากพิธีกรแล้ว มีคนใหม่มาแทนรูปแบบเนื้อหาของรายการก็เปลี่ยนเป็นเรื่องความสวยความงาม แทนการเสนอประเด็นที่เป็นปัญหาในสังคม

เมื่อเจอบารมี เขาปลอบใจว่าตนกำลังจะทำรายการใหม่โดยมีเธอเป็นพิธีกรคู่กัน เป็นรายการแนวศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตขายตรงคลินิกของตน คิดว่าภายในอาทิตย์นี้เขาคงตอบตกลง เจนจิราทำทีสนใจแต่ขอเวลาคิดดูก่อนแล้วจะให้คำตอบ แล้วขอไปเข้าห้องน้ำก่อน

เจนจิราแอบโทรศัพท์ไปหาตฤณถามที่อยู่ของเขาแล้วหลบออกไปทางประตูลานจอดรถ บารมีเห็นเธอไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติไปยืนชะเง้อหา แต่เจนจิราหนีออกไปแล้ว

พอไปเจอตฤณที่หน้าเซฟเฮาส์ เจนจิราโผกอดตฤณร้องไห้ระบายความอัดอั้นที่ถูกถอดออกจากพิธีกรทั้งที่ตนทำงานอย่างทุ่มเทตลอดมา

ปวัน จ่าเจี๊ยบและธงทิวโผล่มาเห็นเจนจิรา ปวันไม่พอใจถามว่าใครบอกพิกัดให้เจนจิรามาที่นี่เพราะเธอถูกสะกดจิตอยู่ ตฤณพยายามจะอธิบายแต่ปวันไม่เปิดโอกาส ต่อว่าตฤณอย่างรุนแรง เจนจิราบอกว่าตนหายแล้ว หายด้วยความรักของตฤณ ตฤณดีใจที่เจนจิราเห็นความรักของตนยื่นมือไปกุมมือเธอและโผกอดกัน

ปวันเห็นภาพนั้นก็คิดถึงเชนจับใจ หันเดินกลับเข้าเซฟเฮาส์ จ่าเจี๊ยบป้องปากพูดเบาๆว่า

“ชัวร์เลยเนี่ย หมวดคงคิดถึงเชน”

ปวันเดินไปนั่งเศร้าๆ เหงาๆ มองท้องฟ้าที่เวิ้งว้างรำพึงน้ำตาร่วง...

“เชน ฉันอยากให้ความรักของฉันสร้างปาฏิหาริย์ทำให้คุณฟื้นกลับมาได้บ้าง”

ooooooo

แล้วโอกาสก็เป็นของคนที่ช่วงชิง เมื่อคนของดร.อาทิตย์เอาอาหารมาให้ที่ห้องขัง วิศวะเห็นโทรศัพท์โผล่มาที่กระเป๋าหลังกางเกงของมัน วิศวะก็ใช้อุบายฉกเอามา แล้วแอบโทร.หาตฤณบอกที่อยู่ของพวกตน

สมุนที่ถูกฉกโทรศัพท์รู้ตัวตอนกลับไปแล้วรีบกลับมาหาที่หน้าห้องขังหาว่า วิศวะแอบเอาไป พอมันเหลือบเห็นโทรศัพท์ตกอยู่ด้านนอกห่างจากกรงขังมันรีบไปเก็บ

“เป็นไงวะ ส่งไปครบถ้วนกระบวนความนะ” ลุงเจิด เอ่ยกับตฤณอย่างโล่งใจ

เวลาเดียวกันที่เซฟเฮาส์ ทั้งตฤณ เจนจิรา จ่าเจี๊ยบ และธงทิว กำลังคุยกันถึงเชน พวกเขาปลอบใจเจนจิราที่รำพึงรำพันถึงเชนผู้ชายที่แสนดีต้องจากไปนั้น ตฤณก็ปลอบให้กำลังใจว่าเราจะสานต่อภารกิจของเชนต่อไป จะต้องจับ ดร.อาทิตย์กับพวกมาชดใช้ความผิดให้ได้

ทันใดนั้นตฤณก็ได้รับข้อความจากวิศวะ เขาบอกทุกคนอย่างดีใจสุดๆว่า “ไอ้วิศวะส่งเมสเสจมา มันกับลุงเจิดถูกด็อกเตอร์อาทิตย์จับตัวไป แต่มันไม่ได้ถูกจับไปแค่สองคนมีอีกคนถูกจับตัวไปด้วย” ตฤณเล่าอย่างตื่นเต้นมาก

ตฤณรีบไปบอกปวัน เธอดีใจมากถามว่าแล้วเชนอยู่ที่ไหน

หลังจากดูรูปที่วิศวะถ่ายทั้งภายในและภายนอกมูลนิธิที่ขังพวกตนส่งมาให้ ตฤณรู้ว่าพวกเขาถูกขังอยู่ภายในบริเวณมูลนิธิของ ดร.อาทิตย์ ปวันบอกว่าตนเคยเข้าไปในนั้นมาแล้ว จากรูปภาพทุกคนรู้ว่าลุงเจิดกับวิศวะกำลังรักษาเชนที่บาดเจ็บอยู่ ปวันเร่งให้รีบไปช่วยพวกเขาออกมา

“งั้นลงมือเลยหมวด หมวดเคยเข้าไปในมูลนิธิของมันแล้ว วาดพิมพ์เขียวรังลับของมันออกมา เราจะได้วางแผนบุกถ้ำโจรกัน” ธงทิวสรุป

หลังจากวางแผนร่วมกันอย่างเร่งรีบแล้ว จ่าเจี๊ยบนำเสื้อกันกระสุน อาวุธและระเบิดควัน มาวางไว้พร้อมสำหรับทุกคน ทั้ง 5 ยื่นมือออกไปจับกันมองหน้ากันอย่างพร้อมจะลงมือ!

ooooooo

เหมือนสิ่งมหัศจรรย์ปรากฏต่อหน้า เมื่อเชนลุกขึ้นนั่งได้ เชนขอบคุณลุงเจิดและวิศวะที่ช่วยกันรักษาจนตนมีวันนี้ได้

ทันใดนั้น ทุกคนชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมา ทุกคนแยกย้ายกันไปอยู่ในสภาพเดิม เชนยังนอนหมดสติอยู่ ส่วนลุงเจิดกับวิศวะทำเป็นยังนอนไม่ตื่น ครู่เดียวอินทุกับนารีก็มาถึง มันเอาลุงเจิดกับวิศวะออกไป แล้วมองเชนอย่างสงสัยว่าทำไมยังไม่ตาย

“ด็อกเตอร์ก็น่าจะส่งมันให้ไอ้ไซล่าร์เขมือบไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่รู้จะเก็บมันทำไม” นารีบ่น

พอพวกมันลากลุงเจิดกับวิศวะออกไปแล้ว เชนลุกนั่งคำราม “ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์!”

สมุนคนหนึ่งถูกอินทุสั่งให้เอาอาหารไปให้ไซล่าร์ เขาเห็นเนื้อที่ให้ไว้วันก่อนยังอยู่เอะใจว่ามันไม่ได้กินเนื้อ แต่มองดูที่หน้าห้องขังมีทั้งรองเท้า เข็มขัด และนาฬิกา จำได้ว่าเป็นของเพื่อนที่หายตัวไป มันวางอาหารไว้หน้าห้องแล้วเผ่นแน่บ

ดร.อาทิตย์ให้เอาตัวลุงเจิดกับวิศวะมาเพื่อให้ไปผลิตปืนซุปเปอร์ซันที่เคยทำ ให้แต่ยังไม่ครบตามที่สั่ง ดร.อาทิตย์ขู่ว่าถ้าไม่ทำตนก็จะทำให้ตายตามเชนไป ลุงเจิดแข็งข้อจนเกือบถูกทำร้าย วิศวะรีบรับปากว่าจะทำให้ ดร.อาทิตย์สั่งภายใน 10 วันต้องทำให้ได้ร้อยกระบอก

ขณะนั้นเอง นารีกับอินทุเข้ามารายงานว่าเชนยังไม่ตายขืนปล่อยไว้สักวันอาจหวนกลับมาเล่น งานพวกเรา ดร.อาทิตย์จึงสั่งให้ไปเอาตัวมา ลุงเจิดกับวิศวะเป็นห่วงเชนแต่ก็จำต้องทำเฉยไว้เดินตามพวกมันไปยังห้อง ประกอบอาวุธ

เชนถูกลากตัวมา ดร.อาทิตย์เหยียบกระทืบไปที่บาดแผลจนเชนร้อง ทำให้เชนทนไม่ได้ แล้วกล่อม

“พลังศรัทธาในตัวแก สามารถช่วยชีวิตแกไว้ได้นะ ฉันจะให้โอกาสแกได้ใช้มัน ถ้าแกเลือกที่จะศรัทธาฉัน รับใช้ ดร.อาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่ฉันจะไว้ชีวิตแก สนไหม หึๆๆ”

“ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะย่อมชนะอธรรม” เชนกัดฟันพูด ลินดาได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกเหมือนถูกไฟสปาร์กที่หัวจนเธอยกมือจับหัวไว้ แต่ไม่มีใครสนใจเพราะมัวแต่ดูเชนอยู่

ดร.อาทิตย์สั่งลูกน้องจัดการจับเชนมัดแขวนไว้ข้างบน มิสเตอร์โอเคขัดขึ้นว่า เรื่องทรมานสายลับเชนเป็นหน้าที่ของตนที่เป็นคู่แค้นของสายลับเชนโดยตรง แล้วคว้าเชือกพันเป็นห่วงเดินหน้าเหี้ยมเข้าหาเชน

ooooooo

วันลุยเปิดฉากแล้ว! ปวัน ตฤณ เจนจิรา ธงทิว และจ่าเจี๊ยบ แยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกมีปวัน ตฤณ และเจนจิรา กลุ่มที่สองมีธงทิวและจ่าเจี๊ยบ ทั้งสองกลุ่มแยกกันปฏิบัติการตามแผนอย่างรวดเร็ว

พวก ดร.อาทิตย์ที่ไม่ทันรู้ตัว ถูกเก็บเงียบและยิงร่วงเปิดทางเข้าสู่ห้องเป้าหมายเงียบกริบ ธงทิวกับจ่าเจี๊ยบกลิ้งกระป๋องควันเข้าไปแล้วยิงพวกที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง 4 คนร่วง จากนั้นทั้งสองก็แหวกม่านควันเข้าไปจนถึงห้องประกอบปืน

“ในที่สุด...เขาก็มากับควัน!!” ลุงเจิดอุทานทึ่งเมื่อเห็นธงทิวกับจ่าเจี๊ยบเข้ามา ธงทิวเร่งให้ทั้งสองตามตนไป

มิสเตอร์โอเคที่อาสาจะเป็นคนจัดการเชน มัดเชน หลวมๆ มีเงื่อนกระตุกไว้ให้เชนเพื่อกระตุกปล่อยตัวเอง เสร็จแล้ว ดร.อาทิตย์บอกเชนว่า ให้คิดไตร่ตรองจนกว่าเชนจะพูดว่า “ขอรับใช้ฉันไปตลอดชีวิต” ถ้าไม่ ร่างพรุนแน่ แล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม ตนจะนับถอยหลัง พอถึงศูนย์แล้วเชนยังไม่พูดก็ยิงเจาะร่างให้พรุนไปเลย

ที่นอกห้อง ปวัน ตฤณ และเจนจิรา แอบย่องมาถึงพอดี เห็นเชนถูกมัดห้อยอยู่ข้างบน และ ดร.อาทิตย์ก็เริ่มนับถอยหลังพอ ดร.อาทิตย์นับถึงศูนย์ ปืนทุกกระบอก ก็ระดมยิงใส่เชนทันที วินาทีนั้นเชนกระตุกเชือกที่มัดมือปล่อยตัวเองร่วงลงมาทิ้งย่อที่พื้นอย่าง สวยงาม แล้วลุกขึ้นประกาศอย่างเท่

“คุณธรรมปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน!! ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น...”

“ไอ้สายลับ...แกเล่นละครตบตาฉัน!” ดร.อาทิตย์คำราม

“หึๆ เสียใจด้วยนะด็อกเตอร์ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือพสุธายังมีเชนผู้ผดุงคุณธรรม อย่าหวังเลยว่าด็อกเตอร์จะเป็นคนเลวที่ยิ่งใหญ่ได้ ตราบใดที่มียังสายลับเชนคนนี้อยู่บนโลก”

“ฆ่ามัน!” ดร.อาทิตย์ตะโกน แต่พวกมันยังไม่ทันยิง มิสเตอร์โอเคก็กราดยิงใส่สมุนตายไปหลายคนพร้อมกับโยนปืนสั้นให้เชนกระบอก หนึ่ง เชนยิงสู้กับพวก ดร.อาทิตย์ เป็นจังหวะที่ปวัน ตฤณ และเจนจิราเข้ามาช่วยพอดี

“ไอ้มิสเตอร์โอเค แกทรยศฉัน!” ดร.อาทิตย์ตะโกนลั่น

“ซอร์รี่ด็อกเตอร์ เมื่อมิสเตอร์โอเค ไม่โอเคกับยู กระพ้มก็อยู่ร่วมขบวนการเดียวกับยูไม่ได้ ยูมันโลภ เลว ไร้คุณธรรม ผู้ร้ายในหนังยังมีคุณธรรม น้ำมิตร มีน้ำใจต่อคู่ต่อสู้ แต่ทำไมผู้ร้ายในชีวิตจริงมันช่างไม่มีอะไรดังที่กล่าวมานี้เลย โอเคเลยต้องโบกมือลาแอนด์กู๊ดบายด็อกเตอร์...อ๊ากกก!!”

ลินดาพรวดมาพา ดร.อาทิตย์หนีไปอีกทางทิ้งให้นารี อินทุ กับเหล่าสมุนยิงสู้กับพวกเชน อินทุถูกยิงที่ไหล่พอลุกจะวิ่งหนีก็ถูกธงทิวสอยร่วง นารีระดมยิงจนกระสุนหมดเลยลุกขึ้นขว้างมีดบินใส่พวกตฤณ แต่ทุกคนหลบได้หมด ลุงเจิดหันไปคว้าท่อนเหล็กเหวี่ยงปัดมีดที่นารีขว้างมา มีดถูกปัดหันกลับพุ่งปักอกนารีอย่างจังจนเธอตายคาที่

ooooooo

ลินดาพา ดร.อาทิตย์หนีไปที่ห้องพักไซล่าร์ เรียกไซล่าร์ออกมาจัดการสายลับเชน แต่ปรากฏว่าประตูห้องไซล่าร์ถูกกระแทกแตกเป็นเสี่ยงๆ ภายในห้องมีกองเนื้อที่ไม่ได้กินกองอยู่ ลินดาได้ยินเสียงหายใจของมันบอกด็อกเตอร์ว่ามันอยู่แถวนี้

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 14 วันที่ 30 ม.ค. 58

ละครสายลับสามมิติ บทประพันธ์โดย : สีชาติ
ละครสายลับสามมิติ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย
ละครสายลับสามมิติ กำกับการแสดงโดย : เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครสายลับสามมิติ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดักชั่น จำกัด
ละครสายลับสามมิติ ควบคุมการผลิตโดย : ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครสายลับสามมิติ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 30 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 30 ม.ค. 58

"ข้า แยจออากา นายทัพเรือ ท่านแม่ทัพเนเมียวสีหบดีได้มอบหมายให้ข้านำทหารไปขยี้ชาวบ้านระจัน ที่กล้าตั้งค่ายปล้นกองเสบียงอาหารของพวกเรา ข้าจะมาเอาชัยชนะไปมอบให้แก่ท่านเนเมียวสีหบดี"
จอกยีโบอ่านสาส์นที่ทหารนำมาให้ มองแยจออากาอย่างผู้มีประสบการณ์...จึงเตือน

"ข้ายินดีจะจัดกองทหารตามท่านสั่ง แต่ขอให้ท่านอย่าปรามาสฝีมือชาวบ้านไท จงรบอย่างรัดกุมอย่าชะล่าใจ ชาวบ้านระจันมันไม่ใช่กองโจรที่เราจะประมาทฝีมือได้ เราแพ้มันมาถึงสี่ครั้งแล้ว"
แยจออากาสีหน้าลำพองตน


ท่ามกลางทหารอังวะที่ยืนยามรักษาการณ์รอบกระโจมที่ประชุม สังข์ที่ยืนปนอยู่ในกลุ่มยาม
ขุนสรรเล็งปืนเป็นตัวอย่างให้ทุกคนดู ทัพและเพื่อนๆ ยืนฟังอย่างตั้งใจ

"อาวุธปืน...คือการรบที่ไม่ต้องประชิดตัว ปืนกับฝีมือเล็งที่แม่นยำจะช่วยให้เราชนะง่ายขึ้น เอา...ทุกคนพร้อม ประทับ ยิง"
ทัพซ้อมยิงปืนกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ตามที่ขุนสรรค์สั่ง ทุกคนยิงพร้อมกัน ทัพลดปืนลงช้าๆ
"ข้าจะเล็งที่หัวนายกองอังวะทุกคน" ทัพว่า
จันเขียวบอก
"ฝีมือดาบอาทมาตบนหลังม้าของพวกเอ็งก็ไม่เป็นรองใคร"
"ปืนยังหายาก รบครั้งหน้าเราต้องยึดปืนมันให้ได้มากที่สุด"
ฟักบอก
"พวกเราจะฝึกซ้อมกันทุกวัน ฝึกให้ทุกคนที่นี่ด้วย"
"ดี แต่อาวุธจะดีแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับความสามัคคี จะรบก็ต้องรบให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" จันเขียวว่า
"พวกอังวะมันเปลี่ยนนายกองคุมทัพมาสู้ไม่หยุดหย่อน มันคงคิดว่าเราแค่หยิบมือจะย่ำยียังไงก็ได้" ขาบบอก
"ตราบใดที่เรายังรักกัน สามัคคีกันรบ มันคงเอาชนะเรายาก....เราต้องสามัคคีกันอย่างพ่อจันเขี้ยวบอก"
ทัพบอกด้วยแววตาเชื่อมั่น

บริเวณลานซ้อมดาบ ทองแสงใหญ่ / ทองเหม็น / จันหนวดเขี้ยว / กำลังซ้อมดาบให้แฟง สไบ และหญิงชาวบ้าน
แฟงกับสไบ สองคนสู้กันด้วยฝีกมือว่องไว ผลัดกันรุกผลัดกันรับ อย่างตื่นเต้น
แฟงฟาดดาบลงไป สไบเหนื่อยสู้แรงแฟงไม่ไหว ถอยหลัง เซ แฟงหยุด.... ทองเหม็นยืนมองพอใจมาก
"ฝีมือดาบของเอ็งสองคนเก่งเกินหญิง ผู้ชายคนไหนประมาท ไม่มีเอาชนะเอ็งได้ ไป.. ไปพักก่อนได้" ทองเหม็นบอก
"สไบออมมือให้ฉันตะหากพ่อทองเหม็น"
สองคนเก็บดาบ มาเอาน้ำลูบเนื้อลูบตัว
"ข้าศึกมันต้องบุกมาอีกแน่ๆ เราต้องพร้อมไว้ทุกเมื่อ" แฟงว่า
"เรื่องศึก เราพร้อมรบ ไม่มีถอย ห่วงก็แต่จวง ป่านนี้ยังโศกเรื่องพี่สังข์" สไบบอก
" เฮ้อ .. ฉันก็สุดปัญญาจะขอร้องพี่ทัพแล้ว ดื้อ รั้น"
สไบอมยิ้ม มองแฟง
"จริงๆนะ สไบ พี่ทัพน่ะหัวดื้อที่สุด ฟังใครซะที่ไหน"
"ก็เหมือนแฟงนั่นแหละ"
"ฮื้อ ไม่เหมือนสิ ฉันไม่เหมือนพี่ทัพ อย่ามาหาว่าฉันเหมือนคนดื้อพรรค์นั้น ไม่เอาละ ฉันไปหาจวงดีกว่า"
แฟงเขิน เดินออกไป สไบยิ้มมองตามขำที่แฟงพยายามเถียงทั้งๆที่เป็นความจริง

จวงนั่งกอดเข่า น้ำตาซึม แฟงเดินมาใกล้
"จวง"
"พี่สังข์จะเป็นตายร้ายดียังไง ก็ไม่รู้ แฟง"
จวงพูดแล้วน้ำตาหยด แฟงโอบกอดจวงไว้
"ที่นี่มีจวง พี่สังข์ต้องกลับมา"
"พี่ทัพไม่ไปตามพี่สังข์ เค้าตัดเพื่อนกันได้จริงๆ"

จวงส่ายหน้า ไม่อยากจะเชื่อ แฟงโอบกอดเพื่อนไว้ด้วยความเศร้าเหมือนกัน
ทัพ ขาบ และเพื่อนๆนั่งวางแผนอยู่กับพ่อค่ายทั้ง10 ท่าทางทุกคนตื่นเต้น จริงจัง

"พวกอังวะมันส่งกองทหารทัพใหม่ขึ้นมาบุกเราแล้ว" ทัพบอก
พันเรืองถาม
"คราวนี้มันยกกันมาเท่าไหร่"
"คงไม่น้อยกว่าคราวก่อน ประมาณพันคน"
"มันจะมากี่พันกี่หมื่นคน เราก็ไม่มีวันถอย แผ่นดินนี้เป็นของเรา ข้าไม่มีวันยอมให้มันมาย่ำเป็นรอยง่ายๆดอก"
จันเขี้ยว บอก
"คราวนี้คงจะหนักขึ้นกว่ารบครั้งก่อนแน่ และถ้าเราชนะ มันก็จะส่งกองทหารมาเพิ่มขึ้น เรื่อยๆเป็นแน่ "
"เพื่อความไม่ประมาท..ข้าเห็นว่าน่าจะให้ผู้หญิงคอยฝึกดาบไว้ อย่างน้อยก็เอาไว้ช่วย ตัวเองก็ยังดี" โชติว่า
ทองแก้วบอก
"ข้าก็เห็นพ่อทองเหม็นกับพ่อทองแสงใหญ่ได้ฝึกซ้อมดาบให้พวกผู้หญิงไว้ไม่น้อย พวกเขาคงอยากออกรบร่วมกับพวกผู้ชายเหมือนกัน"
"เวลานี้...ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องสู้เอาตัวรอดกันไว้ทั้งนั้น ยามคับขันเราอาจพึ่งให้พวกผู้หญิงเป็นกองหลังไว้ก็ดี จะได้เอาไว้หลอกขู่พวกอังวะว่าคนในค่ายของเราก็มีไม่น้อยกว่าพวกมัน"
ทองเหม็นบอก
"เรากลับไปลับดาบไว้ให้คมเถิด อีกไม่เกินสองวันมันคงมาถึงบ้านขุนโลกแน่ เราต้องหาทางสกัดไม่ให้มันยกข้ามคลองสะตือมาได้โดยเด็ดขาด"
สีหน้าแววตาทุกคนมุ่งมั่น ทัพเป็นจุดสนใจเดียวของทุกคน เพราะกำลังบอกเรื่องสำคัญกับการรบครั้งต่อไป

วันใหม่ เสียงกลองศึกดังก้องเป็นสัญญาณ ทัพ กับ ขาบบนหลังม้าเป็นกองหน้า เคียงข้างขุนสรรค์กรมการและนายจันหนวดเขี้ยว
พันเรือง / ทองเหม็น / ทองแสงใหญ่ / โชติ / อิน / เมือง/ ทองแก้ว / ดอกไม้ ยืนส่งอยู่กับพระธรรมโชติ
ทัพนำนักรบทั้งบนหลังม้า และเหล่าชายฉกรรจ์พลเดินเท้าที่เตรียมพร้อม นักรบบ้านระจันทุกคนสีหน้าฮึกเหิม
"พวกข้านักรบชาวเมืองสิงห์ สรรค์บุรี ทั้งวิเศษไชยชาญ และสุพรรณที่ร่วมใจกันสู้ศึก พลีชีวิตให้แก่ชาติ รวมเรียกว่า ชาวค่ายบ้านระจัน ไทยกอดคอไทยน้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนชาติ"

แฟง เฟื่อง จวง สไบ และหญิงชาวบ้านในชุดตะเบงมาน เลิกทำกับข้าว หันมาฟันดาบกันอย่างเอาเป็นเอา
ตาย คนแก่กับเด็กนั่งลุ้น ส่งเสียงดังลั่น
แฟงควงดาบสองมือ แววตาเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวตาย สไบก็สู้สุดฤทธิ์ สีหน้าของทุกคนพร้อมจะเป็นกองหนุนในการออกรบ

ทัพเตรียมเคลื่อนกำลัง
"บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาอื่นมาข่มเหงจนถึงบ้าน จะให้หนีไปไหน จะให้ทิ้งเหย้าที่เคยอยู่ ทิ้งลูกเมียให้ศัตรูเข้าครองชมเชยหรือ"
แววตาชาวบ้าน ในค่ายที่พากันอุ้มลุกจูงหลาน พากันมองด้วยความปลื้มปิติ
"ปู่ย่าที่กราบไหว้ทุกวัน จะให้มันข้ามกรายเหมือนทาสเยี่ยงนั้นหรือ อย่า"
หลวงพ่อธรรมโชติยืนมองด้วยจิตภาวนา ส่งพลังใจให้แก่นักรบ
"ถึงบ้านระจันจะเหลือผู้ชายอีกเพียงคนเดียว..ก็จะไม่มีวันถอย คนอย่างพวกกูจะไม่ยอมเสียชาติเกิด"
เสียงโห่ร้องของเหล่านักรบที่เดินออกมาด้วยกันตะโกนก้อง
"ชาวระจันสู้ตาย.....ชาวระจันสู้ตาย.....ชาวระจันอย่าถอย"
ประตูระเนียดค่ายเปิดออก ทุกคนโห่ร้องเสียงดังก้องไปทั้งค่าย ทัพนำขบวนทั้งหมดออกไป กองปืนขุนสรร และกองดาบพ่อจันหนวดเขี้ยวตามออกประตูไป

พ่อค่ายที่เหลือยืนมองตามอย่างเป็นห่วง พระอาจารย์ธรรมโชติที่มองนิ่งสวดภาวนาตลอดเวลา
กองทัพแยจออากาเคลื่อนมาอย่างยิ่งใหญ่เต็มทุ่ง กำลังจะข้ามลำน้ำ ในป่า กองทหารม้าทัพ และชาวระจันซุ่มอยู่ อีกด้านหนึ่งเห็นจันเขี้ยวกับขุนสรรและชาวระจันอีกกลุ่มซุ่มคอยเวลาอยู่ เหมือนกัน

จันเขี้ยวให้สัญญาณ "บางระจัน...รบ"
ทุกคนวิ่งกรูออกไป ทัพชูดาบสั่ง
"บางระจัน...สู้ตาย"
ทัพควายม้านำออกไป คนอื่นๆควบตาม

ฝั่งน้ำเดียวกัน พวกทัพนำกองทัพม้าระจันกรูกันออกมาจากราวป่า ตรงเช้าล้อมกองทัพอังวะให้ติดอยู่กลางน้ำ จันหนวดเขี้ยว / ขุนสรรค์ / ทัพ และกองทหารม้าอีกกลุ่ม วิ่งออกมาดักหน้าอยู่บนตลิ่งอย่างห้าวหาญ

แยจออากา ยืนม้ามองอย่างทระนง ชักดาบออก
"ข่าวทัพเรารั่วให้พวกระจันรู้เสียแล้ว ทหาร...ฆ่ามันให้หมด"
กองทหารอังวะวิ่งบุกเข้าหากองทัพระจันทันที
กองปืนขุนสรรต่างระดมยิงเข้าสกัด ม้าอังวะหลายตัวถูกยิงล้มลงตายอยู่กลางน้ำ นายจันหนวดเขี้ยวชูดาบวิ่งกรูลงน้ำไปฟันกับอังวะ ตะลุมบอนกันอุตลุด
ทัพควบม้าลุยน้ำเข้าฟันอังวะอย่างไม่ปรานี กองทหารทั้งสองฝ่ายดาหน้าเข้ารบกันอย่างดุเดือดเต็มละน้ำ
แยจออากาปะทะกับนายจันหนวดเขี้ยว ทหารอังวะเสียทีถูกฆ่าตายลงมากมาย แยจออากาเห็นสู้ไม่ได้ชักม้าหนี ขุนสรรได้ทีวิ่งไล่ยิงจนแยจออากาตกม้าจมน้ำ
จันเขี้ยวตามเข้าไปฟันซ้ำ....เห็นจันหนวดเขี้ยวยืนมองศพแยจออากาเด่นเป็น สง่าอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่แดงฉาน แล้วร่างของแยจออากาค่อยๆจมน้ำหายไป

ใจนอนหลับอยู่ เห็นภาพทัพที่เคยช่วยใจช่วยไว้ครั้งแรก, ใจเห็นทัพถูกลูกดอกอาบยาของจอกยีโบ
ใจที่ช่วยห้ามทุกคนไม่ให้ดึงลูกดอกออกจากทัพ, ใจถูกสังข์ชกต่อย ถูกสายตาทุกคนสงสัย, สไบด่าว่าใจ ตอนที่ดอกรักถูกฆ่า , จอกยีโบยิงใจ
ใจสะดุ้งเฮือก ลุกขึ้น เหงื่อแตกทั้งร่าง
เสียงกลองสัญญาณตีดัง ใจเปะปะลงจากเรือนอย่างเร็ว

เสียงกลองดังต่อเนื่องมา แฟง / เฟื่อง / จวง / สไบ / หญิงชาวบ้าน กำลังซ้อมดาบตามที่ครูชายแก่ที่ออกรบไม่ไหวสอนอยู่พากันชะงัก
"พวกไปรบกลับมาแล้ว"
ผู้หญิงทั้งหมดรีบวิ่งออกไปหน้าค่ายอย่างรวดเร็ว แฟงยืนนิ่ง จวงจะวิ่งไปหันมามอง
"ไม่ไปหรือแฟง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 30 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 19/2 วันที่ 30 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/2 วันที่ 30 ม.ค. 58

อูทินสุดจะบังคับถามอะไรได้ หยุดคิด แล้วเดินมาถามอีกคำถาม
"อองนาย เพื่อนข้า ..ไอ้ใจ มันเป็นหรือตาย"
สังข์มองอูทิน เห็นแววตาเป็นห่วงวูบนึงของอูทิน
"สยาบอกว่ายิงมันด้วยมือตัวเอง"

"มันเจ็บหนัก ไม่ตายก็เหมือนตาย"
อูทินฟาดแส้ลงไปที่พื้นอย่างระบายความโกรธ สังข์มองอย่างสังเกตว่าอูทินก็ยังเป็นห่วงใจ


ใจนั่งอยู่ตามลำพัง สไบเดินเข้ามาเงียบๆที่หน้าประตู มองเห็นใจเอื้อมมือไปหยิบน้ำจากกระบอกที่วางอยู่บนแคร่ เมื่อนึกถึงคำพูดของหลวงพ่อ สไบรีบหลบวูบ สีหน้าไม่ดี เดินเร็วออกไปทันที
บริเวณโครงครัว แฟงกำลังช่วยแม่ครัวหุงข้าวกระทะใหญ่ สไบเดินเร็วมาดึงแฟงออกห่างทุกคน

"มีเรื่องอะไร สไบ"
"แฟง ... ถ้าพี่ใจไม่ได้ตาบอด ถ้าพี่ใจหลอกพวกเราอยู่"
แฟงฟังแล้วสีหน้าตกใจมาก

ใจวางกระบอกน้ำลงที่เดิม แล้วลุกขึ้นเดินเปะปะ ที่ด้านหน้าประตูเรือน แฟงกับสไบหลบมองอยู่ สองคนมองจับตาใจที่อยู่ด้านในตามลำพัง ใจยืนคว้างอยู่กลางเรือน แล้วขยับเดิน แต่ชนเข้ากับเสา ใจเซ ล้มลง สไบเผลอตัวอยากจะเข้าไปช่วยดึง แต่แฟงดึงสไบไว้ มองปราม
ใจพยายามลุกขึ้นเองแต่ยากลำบาก ชนเข้ากับแคร่ ล้มลงไปอีก สไบมองห่วงใย แฟงจ้องอย่างสังเกต
ใจกำหมัดแล้วทุบลงพื้นอย่างเจ็บใจ น้ำตาไหลออกมาเงียบๆกับตัวเอง สไบมองเห็นก็น้ำตาเรื้อ ก็ใจอ่อนลง
แฟงมองแล้วดึงสไบออกมาห่าง เอ่ยให้ได้ยินกันสองคน
"พี่ใจเค้าตาบอดจริงๆ"
สไบพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินเข้าไปโอบกอดใจ
"สไบ"
ใจรับรู้สัมผัสอ้อมกอดว่าเป็นสไบ ก็กอดคนรักไว้ แฟงมองภาพความรักและการให้อภัยของสไบกับใจด้วยสายตาซาบซึ้ง
แฟงมองจวงที่มีจานข้าวตรงหน้า แต่ไม่แตะ หน้าตาอิดโรย ร่างกายผ่ายผอมเพราะตรอมใจ
"จวง ถ้าเอ็งไม่กิน ไม่นอนเลย เอ็งจะเอาแรงที่ไหนไปจับดาบไล่ศัตรู"
"ให้ฉันตายเถอะ แฟง .. ฉันจะได้ไปเจอพี่สังข์"
"แล้วถ้าพี่สังข์เค้ายังอยู่ล่ะ"
จวงมองแฟงที่ขึ้นเสียง
"พี่สังข์ทิ้งเอ็งไว้ที่นี่เพราะเหตุใด เพราะอยากให้เอ็งรอดใช่มั้ย ทำไมไม่รักษากาย รักษาใจ รักษาชีวิตไว้รอเจอคนที่เอ็งรักอีกครั้งล่ะจวง"
แฟงจับมือให้กำลังใจจวง จวงฟังแล้วยิ่งน้ำตาร่วง

ทัพ ขาบ ฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง พ่อค่ายทั้ง 9 คน และนักรบคนอื่นๆนั่งรอประชุมอยู่เงียบๆ พันเรืองเดินออกมาจากในห้องพ่อแท่นสีหน้าหนักใจ ทุกคนรอฟังคำตอบเงียบๆ
พันเรืองเอ่ยขึ้นให้ทุกคนรู้
"อาการพ่อแท่นยังไม่ดีขึ้น " พันเรืองบอก
ทองเหม็นถาม
"ทรงหรือทรุด"
ทัพมองนายทองเหม็นที่ถามตรงๆ พันเรืองสีหน้าไม่ดี
"ทรุด"
พ่อค่ายที่เหลือหน้าตากังวล ขุนสรรค์กรมการเอ่ยขึ้น
"ข้าศึกมันคงเตรียมแก้แค้นให้นายมันที่ถูกพ่อแท่นตัดหัว"
"ให้มันมาเถิด พวกเรานักรบจะขออาสาตายก่อนชาวค่าย" จันหนวดเขี้ยวบอก
ทัพมองขุนสรรค์ นายจันหนวดเขี้ยวและนักรบทุกคนยิ้มด้วยใจอาจหาญ ทัพขยับตัวไปใกล้อย่างนอบน้อม แล้วเอ่ยขึ้นกับพ่อค่าย
"ข้าศึกต้องเกณฑ์ไพร่พลมามากกว่าเดิม เราคนน้อยกว่า อาวุธก็มีน้อยกว่า แต่เราจะชนะได้ถ้ารู้เส้นทางเดินทัพ และหาทางสกัดพวกมันไว้ด้วยอุบายศึก"
ทุกคนมองทัพที่เสนอความเห็นด้วยสายตาพิจารณา
"แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันมีแผนจะยกทัพมาทางไหน"

ทัพตามีประกาย จ้องมองทองแก้วนิ่ง
วันใหม่ มีชาวบ้านที่หนีภัยศึก พากันหอบลูกจูงหลานอพยพผ่านประตูค่ายเข้ามา แฟง เฟื่อง นำกลุ่มชาวบ้านหญิงคอยช่วยประคองคนแก่ และเด็ก

"เดินอีกนิดนะจ๊ะ ที่ลานมีน้ำ มีข้าว นั่งพักเอาแรงก่อน"
คนแก่หลายคนดีใจ กอดเฟื่องร้องไห้ที่รอดตาย เฟื่องกอดปลอบใจ
แฟงมองขบวนอพยพที่ยังหลั่งไหล ทยอยเข้ามา
"คนอพยพมามากเหลือเกิน พี่เฟื่อง พวกข้าศึกมันปล้น เผาหมู่บ้านเพิ่มขึ้นทุกวัน" แฟงว่า
"พวกมันต้องการเสบียงเลี้ยงกองทัพจำนวนมาก มันจึงแย่งชิงจากพวกเราชาวบ้านไทย หวังเต็มที่ที่จะยึดกรุงศรีให้ได้"
"มันจะได้แต่ซากศพพวกเราบนแผ่นดินนี้ เราจะไม่ยอมอยู่ใต้บังคับใคร"
แฟงบอกพี่สาวด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว

จอกยีโบนั่งลงหน้าเนเมียวสีหบดี ประเมินแล้วว่าเป็นเรื่องสำคัญ ถึงถูกเรียกมาพบตามลำพัง
เนเมียวสีหบดีบอก
"บัดนี้ทัพของท่านมังมหานรธา มุ่งไปทุ่งสีกุก ประชิดกำแพงกรุงโยเดียทางทิศตะวันตกเข้าไปแล้ว แต่ทัพของข้ายังติดอยู่แค่ปากน้ำประสบ ห่างไกลกำแพงโยเดียหลายเท่าตัว เพราะเสบียงข้ามีไม่พอให้เดินหน้า..มันเพราะอะไร"
" พวกชาวบ้านไทยมันแข็งข้อ ไม่ยอมให้ข้าวเราง่ายๆ และเวลานี้ค่ายบางระจันมันก็แข็งแกร่งขึ้น ชาวบ้านไทยมันจึงกล้าต้านกองทหารเรา"
" ทหารอังวะมันไร้ฝีมือรึไงถึงสู้ไม่ได้ จะปล่อยให้ไอ้พวกบ้านระจันมันรั้งทัพข้าไว้อย่างนั้นหรือ ข้าอยากจะตัดหัวพวกเองทิ้งนัก ค่ายมันมีคนไม่ถึงพัน แต่กองทัพข้ามีทหารกว่าครึ่งแสน กลับหาใครไปปราบมันไม่ได้"
จอกยีโบก้มหน้านิ่ง เนเมียวสั่งด้วยเสียงคำราม
"ข้ายกทัพออกจากกรุงอังวะ ไล่ตีล้านนา ล้านช้าง ได้ชัยมาตลอดแดนเหนือ เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าว ข้าก็จะเอื้อมมือถึงกำแพงโยเดียแล้ว พวกเอ็งจะรอให้ทัพมังมหานรธามันได้กรุงโยเดียเอาไปถวายแก่พระเจ้าอยู่หัวเซ งพยูเชงก่อนข้ายังงั้นหรือ ไปบอกพวกนายทัพนายกอง ทั้งหลายว่า..ใครที่มันทลายค่ายบางระจันแหลกได้ ข้าจะแบ่งแผ่นดินโยเดียให้มันปกครองครึ่งหนึ่ง"
จอกยีโบมองเนเมียวด้วยสายตาที่อยากเอาชนะอโยธยาไม่แพ้กัน

สังข์ถูกทหารอังวะพาร่างสะบักสะบอมมาโยนที่กรงไม้ ในส่วนของค่ายเชลยคนไทยที่ถูกกวาดต้อนมา
มีเชลยคนไทยทั้งหญิง เด็ก คนแก่ ร่างกายผ่ายผอมที่ถูกขังไว้ อีกด้านเชลยผู้ชายกำลังผ่าฟืน มีทหารอังวะคุม โบยตี อูทินมองสังข์ แล้วสั่งทหาร
"ขังมันไว้กับพวกเชลย ให้ข้าวให้น้ำ ให้มันทำงานเหมือนทุกคน"

ทหารรับคำ อูทินมองแล้วเดินไป สังข์ยืดร่างพิงกรง ทรุดร่างลง มองภาพเชลยที่ถูกใช้งาน ถูกคุมขัง ด้วยสายตาเจ็บแค้น
ทัพกับขาบเดินมาที่เลี้ยงม้าที่ทุ่ง หลังค่ายบางระจัน อ้ายเลา ยืนเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางม้าหลายตัว ทั้งของชาวบ้านและที่ยึดมาจากข้าศึก

เอิบกับช่วงคอยเอาหญ้าเลี้ยงม้า อ้ายเลาพอเห็นทัพก็ส่ายหัวเข้าหา ทัพตรงเข้าไปกอดอ้ายเลาด้วยความรัก
"ม้าข้าศึกที่เรายึดมาได้ มันกินจุจริงๆ พวกฉันหาหญ้าแทบไม่ทัน"
ทัพมองไปที่ม้าสวยหลายตัวที่ผูกอยู่
"ฝีเท้ามันดีเทียบกับอ้ายเลาของข้าได้มั้ย"
"ห่างกันไม่เห็นฝุ่น"
อ้ายเลาส่งเสียงร้อง
"แหม พอชมเข้าหน่อย ก็ดีใจเชียวนะ อ้ายเลา"
ทัพยิ้มเอาหญ้าให้อ้ายเลา
"กินเถอะ อ้ายเลาเพื่อนยาก ข้าจะให้เอ็งทำงานสำคัญ"
"เอ็งจะขี่อ้ายเลาไปไหน"
"ข้าไม่ต้องขี่มันไปหรอก"
ทุกคนมองทัพที่อมยิ้มด้วยสายตาอยากรู้
"อ้ายเลามันฉลาดอย่างคน .. แค่ข้าบอก มันก็จำได้ว่าต้องทำยังไง"

ทหารอังวะเอาข้าวหม้อหนึ่งมาวางให้เชลย สังข์มองเห็นทุกคนที่กรูกันไปที่หม้อข้าวด้วยความหิวโหย แย่งกันเอามือจ้วงแทบจะต่อยกัน ทหารอังวะโยนเนื้อแห้งปลาแห้งลงมาให้ เชลยบางคนวิ่งไปเก็บมา
สังข์สุดทน ตะโกนบอกทหาร
"กูเป็นคน จะให้ก็ให้อย่างคน ไม่ใช่ให้อย่างหมา"
ทหารหันมาเตะ ถีบสังข์ เชลยไทยมองอย่างเกรงกลัว ชายชาวบ้านคนหนึ่งทนไม่ไหว เข้าขวาง
เชลย1 บอก
"พวกมึง ไอ้ชาติหมา กูไม่ใช่ทาสมึง"
ทหารหันมาจะเล่นงานชายชาวบ้านคนที่ห้าม สังข์พุ่งเข้ากระแทกทหารล้มไป เหตุการณ์ชุลมุนเมื่อเชลยหลายคนรุมเข้าทุบตีทหารด้วยความแค้น ทหารอังวะกลุ่มใหม่เห็นรีบวิ่งมา
สังข์เห็นท่าจะสู้ไม่ไหวรีบแล้วถอยห่างออกมา ก่อนจะวิ่งออกไปจากตรงนั้นได้คนเดียว

ทหารอังวะคนหนึ่งกำลังเดินตรวจตรา สังข์โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ล็อกคอทหารลากเข้าไป

แยจออากา และกองทหารม้า ควบม้าเข้ามาอย่างอึกกระทึก อูทิน กับจอกยีโบ ยืนรับรวมอยู่กับทหารคนอื่นๆบนพลับพลา
แยจออากา นายทัพเรือมองจอกยีโบอย่างยะโส โยนสาส์นแต่งตั้งให้ทหารที่อยู่ใกล้ๆ และไม่ยอมลงจากหลังม้า...
"ข้า แยจออากา นายทัพเรือ ท่านแม่ทัพเนเมียวสีหบดีได้มอบหมายให้ข้านำทหารไปขยี้ชาวบ้านระจัน ที่กล้าตั้งค่ายปล้นกองเสบียงอาหารของพวกเรา ข้าจะมาเอาชัยชนะไปมอบให้แก่ท่านเนเมียวสีหบดี"
จอกยีโบอ่านสาส์นที่ทหารนำมาให้ มองแยจออากาอย่างผู้มีประสบการณ์...จึงเตือน

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/2 วันที่ 30 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 19 วันที่ 29 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19 วันที่ 29 ม.ค. 58

"กูคือคนระจัน เคยเป็นทหารกรุงศรี"
มยิหวุ่นเดินยิ้ม ท่าทางกวนๆเข้ามาใกล้สังข์อีก แต่ก่อนจะพูดอะไรต่อ....มยิหวุ่นก็ปล่อยหมัด เท้าเข้าใส่
สังข์ จนสังข์กระเด็นไปชนข้าวของล้มระเนระนาดไป
มยิหวุ่นหัวเราะชอบใจ

"ข้าอยากเจอคนระจันนัก มา...เข้ามา"
สังข์ไม่รอช้ากระโดดเข้าสู้กับมยิหวุ่นทันที ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าอย่างทระนง ต่างคนต่างแก้เชิงมวยกันเป็นพัลวัน.... จนท้ายสุดสังข์พลาด สังข์ถูกแม่ไม้เด็ดของมยิหวุ่นจนสลบ
มยิหวุ่น เดินเข้ามามองสังข์อย่างแค้นเคือง


"ค่ายระจัน..มีคนเคยเป็นทหารมานี่เอง ถึงเอาชนะมิได้สักที คืนนี้จอกยีโบจะเป็นคนสอบสวนมึงเอง"
ใจนั่งอยู่ สีหน้าครุ่นคิดเรื่องสังข์ สไบเดินเข้ามาใกล้ ใจถอนใจหนักๆ

"สังข์มันจะไปไกลถึงไหนแล้ว ข้างนอกมีแต่อังวะทุกหย่อมหญ้า"
"บางที พอหายโกรธ พี่สังข์อาจจะเปลี่ยนใจกลับมา" สไบบอก
"พี่ผิดเหลือเกิน ผิดมามาก"
"พูดออกมาเสียบ้างเถอะจ้ะ .. สไบจะรับฟังพี่ทุกอย่าง"
ใจบีบมือสไบอย่างคนมีความทุกข์อัดอั้นในใจ
"พี่อยากจะลืมมันให้หมด ลืมว่าเคยทำอะไรลงไป จำแค่วันนี้ ที่นี่ ...มีสไบที่ผูกใจพี่ไว้"
"ที่ค่ายบ้านระจัน ทุกคนเราเหมือนพี่กันน้องกัน ทุกข์ยากเราก็จะลำบากด้วยกัน รอวันที่อังวะถอยทัพไปจนหมดแผ่นดิน เราจะสร้างบ้านของเราอยู่ที่นี่"
ใจบีบมือสไบ ยิ้มเศร้า ไม่แน่ใจนักกับความหวังสวยงามของคนรัก
"พี่ก็อยากฝันแบบสไบ แต่ทัพอังวะต้องการตีกรุงศรีให้ได้"
"พี่ใจตอบฉันสักคำเถอะนะ ตอบเมียของพี่ พี่เลือกที่จะอยู่ข้างอังวะหรืออยู่ข้างเมียพี่"
ใจดึงมือออกจากสไบ สีหน้ากดดัน สไบมองใจ
"ถ้าพี่เลือกอังวะ สไบก็จะหมดรักพี่ "
"ฉันไม่มีวันหมดรักพี่ ฉันขอแค่รู้ว่าคนที่ฉันรักรู้สึกอย่างไร "
ใจนิ่งอั้น คิด สไบมองจ้องรอคอยคำตอบ
" พี่เป็น... อังวะ"
สไบได้ยินแล้ว ให้ทำใจมาไว้แค่ไหน ก็น้ำตาคลอ
"แต่ฉันเป็นไท เราไม่มีวันร่วมแผ่นดินเดียวกัน"
สไบน้ำตาไหลริน สะอื้นออกมา ใจควานมือไปประคองหน้าสไบไว้
"พี่กำลังรับโทษคนทรยศแล้วสไบ ตาพี่มองไม่เห็น ชีวิตพี่มีแต่ความมืดมิด สไบคือแสงเดียวในชีวิตพี่"
สายตาใจมองไม่เห็นว่า สีหน้าสไบเกินจะรับได้กับสิ่งที่สงสัยมาตลอด สไบมองใจที่อยู่ตรงหน้า น้ำตาไหลริน สายตามีแต่ความเจ็บปวด

ในค่ายย่อยวิเศษไชยชาญ น้ำถูกสาดเข้าหน้าสังข์ที่ถูกซ้อมสะบักสะบอม ตรึงไว้กับเสาไม้
สังข์ถูกจิกหัวขึ้น พอเงยมองเต็มตา สังข์เห็นหน้าคนที่จิกหัวคือเจิดหรืออูทิน
"มึงนี่เอง ไอ้เจิด"
ด้านหลังอูทินคือจอกยีโบและทหาร
สังข์ยิ้ม
"ไอ้งูพิษ เป็นอย่างที่กูคิดไว้ไม่ผิด"
- อูทินชกเข้าหน้าสังข์จนสะบัด เลือดหยดจากมุมปากสังข์
"มึงจะตายแล้วยังปากดี"
"ยิ่งกูใกล้ตาย กูจะด่ามึง กูจะสาปแช่งพวกมึงให้พินาศฉิบหาย ตายอยู่ใต้ตีนคนไทย"
อูทินกระหน่ำชกจนสังข์คอตก
จอกยีโบบอก
"อย่าเพิ่งให้มันตาย"
อูทินจิกหัวสังข์ขึ้น สังข์มองจอกยีโบที่เดินมาตรงหน้า
"ข้าต้องการรู้เรื่องในค่ายบ้านระจัน"
"กูไม่มีวันหักหลังคนไทยด้วยกัน" สังข์บอก
"ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเอ็งไม่มีวันเปิดปาก"
จอกยีโบเหลือบมองทหารที่รออยู่ จิ้มเหล็กลงไปในเตาไฟที่ก่ออยู่ สังข์มองเหล็กที่นาบไฟแดงวาบ จ่อมาใกล้หน้าอก
"พวกมึงมีกี่คน ใครเป็นหัวหน้า"

สังข์ถุยน้ำลายใส่หน้าจอกยีโบ เจิดเข้ามา แต่ช้ากว่าจอกยีโบที่คว้าเหล็กเผาไฟนาบลงไปกลางอก สังข์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดสุดจะทานทน
ทัพ ฟัก เคลิ้ม ก้มลงกราบหลวงพ่อที่นั่งสมาธิอยู่ เอิบกับช่วง ช่วยหลวงพ่ออยู่ใกล้ๆ ขาบกับเฟื่อง แฟง นั่งถัดมา จวงนั่งหมดอาลัยตายอยาก เฟื่องกับแฟงต้องคอยมองด้วยสายตาห่วงใย

ใจนั่งอยู่ข้างสไบ สีหน้าสไบอมทุกข์เรื่องใจเป็นอังวะ
" ข้าศึกยังไม่ถอย พวกเราคงต้องรบกับมันอีก และระจันเราก็คงต้องรับศึกหนักขึ้นเรื่อยๆ" ทัพบอก
"ถึงหน้าน้ำเหนือหลากมา ไม่รู้พวกมันจะถอยล่นกลับไปอย่างที่คิดไม่"
"ถ้าน้ำเหนือหลากมา แล้วมันไม่ถอย เราจะทำอย่างไร มิเสียแผ่นดินให้พวกมันหรือ"
หลวงพ่อธรรมโชติลืมตาขึ้น กวาดตามองทุกคนแล้วมาหยุดที่ใจ
หลวงพ่อให้ปริศนาธรรมเป็นข้อคิด
"เมตตาคนคดไม่ได้ผล เพราะใจมันไม่มีวันตรง"
ทัพเหลือบมองใจกับสไบ แต่ไม่พูดอะไร ทุกคนเห็นทัพไม่พูดก็ไม่กล้าแสดงอะไรออกมา
ใจนั่งนิ่ง สไบได้ยินแล้วน้ำตาไหล เฟื่องเห็นแล้วถามขึ้นเบาๆ
" สไบ"
สไบรู้ว่าถูกจับตาก็ฝืนยิ้ม
"จ๊ะ เฟื่อง"
"เป็นอะไรหรือเปล่า"
"ไม่จ้ะ ฉันไม่เป็นอะไร"
ทัพมองมาที่ใจกับสไบ สไบฝืนยิ้มเต็มที่ ใจนั่งนิ่ง ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา

ขาบเดินเข้าไปใกล้ทัพที่ยืนมองน้ำในบ่อ สีหน้าใช้ความคิด
"หลวงพ่อธรรมโชติท่านหมายถึงใคร ไอ้ใจหรือเปล่า"
ทัพถอนใจหนักๆ ขาบบอกความกังวลของตัวเอง
"ข้าบอกตรงๆนะทัพ ข้ายังไม่วางใจใครทั้งนั้น จนกว่าจะจับไส้ศึกได้"
"ข้าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรอก แต่ตอนนี้ไอ้ใจมันตาบอด ลำพังจะซอกแซกไปไหนมันก็ยาก แล้วยังเรื่องมองเห็น การจะรู้กลศึกก็แทบจะไม่มีทาง"
ทัพอธิบายให้ขาบฟังด้วยสีหน้าเชื่อมั่น
"รบครั้งที่ผ่านมา เราชนะเพราะพ่อค่ายท่านเปลี่ยนแผน ไม่เหมือนที่เรารบมาทุกครั้ง ข้าก็ยืนยันไม่ได้หรอกว่าไอ้ใจมันไม่รู้ไม่เห็นเรื่องไส้ศึก เพราะที่ผ่านมาหลายอย่างมันส่อพิรุธในตัวมัน"
ทัพมองขาบที่ตั้งใจฟัง
"แต่ตอนนี้มันมองไม่เห็นแล้ว ถ้านี่เป็นการลงโทษที่เคยผิดคำสัตย์สาบาน ข้าก็คิดว่าคุณพระคุณเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ให้โอกาสมันที่จะกลับตัวเสียใหม่"
"ทำไมเอ็งไม่ถามมันตรงๆ"
"ข้าไม่อยากตอกย้ำความผิดของใคร บาปบุญคุณโทษ เราต้องรู้อยู่แก่ใจ ขอให้เชื่อเถอะเพื่อน ข้าไม่ได้ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆถึงเวลาเอ็งจะรู้ ว่าข้าทำอะไรอยู่"

ทัพมองเพื่อนอย่างให้ความเชื่อมั่น
ผ่านไป 4-5 ชั่วโมง บริเวณลานเชลยในค่ายวิเศษไชยชาญ สังข์ถูกตรึงอยู่กับเสาอย่างทรมาน เนื้อตัวมีแต่แผลถูกมีดกรีด กลางอกมีแผลไหม้ อูทินกระชากหัวสังข์ขึ้นมา

"มึงจะยอมตายแทนคนอื่นทำไม"
สังข์มองอูทินที่ถือมีดในมือ แววตากร้าวพร้อมจะแทง
"ทำไมไม่รักษาชีวิตไว้อยู่กับเมียสวยๆของมึง"
อูทินกรีดมีดลงไปแขน สังข์ร้องสั่นด้วยความเจ็บ
"คิดดูตอนที่พวกมึงแพ้ นังจวงเมียสาวของมึง จะต้องมาบำเรอทหารกูทั้งค่ายนี่"
สังข์ดิ้นพราดเมื่ออูทินจี้ใจ
"ทำไมมึงไม่รักษาชีวิตของมึงไว้"
"พอแล้ว ..พอ"
"งั้นก็บอกมา ใครเป็นหัวหน้าวางแผนรบของพวกมึง"
อูทินกระชากหัวสังข์ขึ้นมอง สังข์แววตาทั้งเจ็บทั้งกลัวจนตัดสินใจพูดออกมา
"พ่อค่ายระจันมีทั้งหมด...สิบคน พวกมึงไม่มีวันเอาชนะได้ดอก...ฮะๆๆๆ"
สังข์หัวเราะชอบใจที่หลอกอูทินได้ อูทินโกรธเอากำปั้นฟาดหน้าสังข์อย่างแรง แต่สังข์ก็หัวเราะชอบใจอย่างไม่กลัวตาย

แฟงเดินออกมาจากวิหาร ทัพยืนรออยู่ แฟงเห็นทัพก็เดินหนี ทัพรีบเดินตาม
"ยังไม่หายโกรธพี่เรื่องสังข์อีกรึ"
แฟงดึงแขนออก
" ฉันเคยเห็นแต่พี่ทัพ คนที่รักเกลอร่วมตาย"
"พี่ไม่ขอให้เอ็งเข้าใจพี่ตอนนี้หรอก แฟง"
"ดี ถ้าพี่ไปตามพี่สังข์กลับมาเมื่อไหร่ เราค่อยกลับมาคุยกัน"
แฟงดึงแขนออกอย่างแง่งอน เดินห่างไป ทัพมองตามอย่างอ่อนใจ

สังข์มองอูทินที่ฟาดแส้ในมือลงกับพื้น หวังขู่รีดเค้นเอาความลับในค่าย หน้าตาสังข์ยับเยินมากขึ้นกว่าเดิม
"พวกมึงมีอาวุธมากเท่าไหร่"
อาวุธพวกกูมีน้อยกว่าพวกมึงเป็นหลายร้อยเท่า แต่พวกกูก็ไม่กลัวมึง พวกกูรบด้วยใจ รบด้วยชีวิตของพวกกู แผ่นดินนี้กูเป็นเจ้าของ พวกมึงอย่าหมายมาแย่งไป กูยอมตาย"
อูทินสุดจะบังคับถามอะไรได้ หยุดคิด แล้วเดินมาถามอีกคำถาม

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19 วันที่ 29 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 18/6 วันที่ 29 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/6 วันที่ 29 ม.ค. 58

"รักสิ จวง พี่รักเอ็งมากเหลือเกิน ไม่ว่าตัวพี่จะอยู่ที่ไหน"
"ขอให้รู้ว่าใจพี่อยู่กับเอ็ง"
สังข์กอดกระชับจวงแน่น แล้วประคองจวงลุกขึ้น
"รักษาตัวให้ดีนะ จวง"

สังข์มองทอดสายตาไปที่เมียรัก แล้วหันหลังเดินเร็วออกไปอย่างคนหักใจ
"พี่สังข์"
สังข์เดินเร็วออกไป จวงวิ่งตามทันที


"พี่สังข์ อย่าทิ้งฉันไป"
ทัพยืนสีหน้ากดดัน แฟงเดินเร็วเข้ามาดักหน้า

"พี่สองคนเป็นเกลอกัน รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมากี่ครั้ง พี่ทัพ พี่เองเป็นคนพูดว่า คนไทต้องมีน้ำหนึ่งใจเดียวถึงจะชนะข้าศึกได้ ทำไมพี่ถึงให้เรื่องขี้ผง มาทำลายน้ำใจของเกลอที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา"
แฟงย้อนถาม ทัพมองแฟงด้วยสายตาอึดอัดใจ

สังข์เดินเร็วมา จวงวิ่งตามหลัง สังข์กำลังจะถึงประตูทางออกค่าย ขาบกับเฟื่องก้าวมาขวางสังข์ไว้ สังข์หันไป สไบจับมือใจเดินตามมาขวางไว้อีกทาง
"พี่สังข์" จวงเรียก
สังข์หันมามองทุกคน ขาบพูดขึ้น
"ไอ้สังข์คิดให้ดี ข้างนอกนั่น ไม่มีใครรักแล้วก็หวังดีให้โอกาสเอ็งเท่าเพื่อนอย่างไอ้ทัพอีกแล้ว"
"มึงเลิกพูดชื่อไอ้ทัพสักที"
ทัพกับแฟง ฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง เดินมาอีกด้าน ได้ยินสังข์ที่พูดด้วยน้ำเสียงเจ็บใจ
"ถ้าคนอย่างไอ้ทัพ มันเป็นเทวดา ก็เชิญกราบไหว้กันไป .. แต่สำหรับข้า ไอ้ทัพมันคือเกลอที่เอาดีเข้าตัวคนเดียว"
ทัพได้ยินทั้งหมด สีหน้าผิดหวังกับคำพูดของสังข์
"สักวันนึงไอ้ขาบ .. มึงก็ต้องเป็นแบบกู ถูกไอ้ทัพมันเหยียบย่ำ ขึ้นไปยืนเหนือทุกคน"
ทัพกำหมัดแน่น สังข์หันมามองเห็นทัพ แต่สีหน้าไม่ยี่หระ สังข์หันหลังเดินตรงไปที่ประตูระเนียด ชายฉกรรจ์ที่เฝ้าประตูเปิดออก
เฟื่องมองขอร้อง
"พี่ทัพ"
"พี่ทัพ ห้ามพี่สังข์สิพี่"
ใจขยับออกมา ทรุดเข่าลง พนมมือ
"ให้ข้ากราบเอ็งก็ได้ อย่าไปเลย สังข์"
ใจไม่มอง เดินเร็วตรงไปที่ประตู
จวงวิ่งตาม
"พี่สังข์ อย่าไป"
แฟงกับเฟื่องรีบเข้าไปคว้าตัวจวงที่ดิ้นรนไว้
"พี่สังข์ พี่บอกว่ารักฉัน พี่อย่าไป พี่สังข์ กลับมา .. ที่นี่เป็นบ้าน เป็นครอบครัวของพี่ ... กลับมา"
จวงสะอื้น เสียงน่าเวทนา
ใจได้ยินทุกอย่าง พนมมือค้าง สไบทรุดลงกอดใจ ซบหน้าลงที่ไหล่ใจด้วยความเศร้า ขาบมองไปที่ทัพ แววตาทัพนิ่ง มองสังข์เดินออกไป แล้วหันหลัง เดินกลับไป
ทุกคนมองเห็นเพื่อนที่แยกกันเดินคนละทาง ด้วยสายตาเศร้าใจ

ทัพยืนมองไปไกลอยู่ที่เรือน แฟงเดินมาด้านหลัง สีหน้าแฟงผิดหวัง เสียใจ
"ข้างนอกค่ายมีแต่ข้าศึก พี่ไม่สนใจเลยหรือพี่ทัพว่าเกลอพี่จะเป็นหรือตาย"
"ไอ้สังข์มันเลือกเอง"
"พี่สังข์ไปอย่างคนตามืดตามัว พี่เป็นเกลอกัน ทำไมไม่ห้าม"
ทัพหันมองแฟงแววตาผิดหวัง
"พี่ทัพที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่คนใจจืดใจดำ ทิ้งเกลอให้ไปตายเอาดาบหน้าอย่างนี้"
"แฟง"

ทัพเรียกได้แค่นั้น แฟงก็สะบัดหน้า วิ่งออกไป ทัพได้แต่มองตามเสียใจ
จวงนั่งพิงเสา น้ำตายังไหลซึมเพราะความเสียใจที่สังข์ต้องออกไปจากค่าย สไบ บเฟื่องคอยนั่งปลอบใจ แฟงเดินมา จวงมอง

"พี่ทัพว่าอย่างไรบ้าง แฟง พี่ทัพจะไปตามพี่สังข์กลับมาใช่มั้ย"
แฟงส่ายหน้า จวงลุกขึ้นพุ่งไปที่แฟง
"ทำไม แฟงช่วยพูดกับพี่ทัพให้ฉันทีเถิด"
"จวง ใจดีๆ ฉันพูดแล้ว"
"พูดอีกสิ แฟง พูดอีก พี่ทัพเชื่อแฟง พี่ทัพรักแฟง พี่ทัพต้องช่วยพี่สังข์ อย่าปล่อยพี่สังข์ไป ตายแบบนี้"
จวงร้องไห้โฮ แฟงกอดเพื่อนไว้
สไบ กับเฟื่องมองสีหน้าไม่ดี
"จวง รอให้พี่ทัพใจเย็นลง ฉันจะไปช่วยพูด"
"พี่ขาบจะต้องไปช่วยตามพี่สังข์" เฟื่องบอก
"ถึงตอนนั้นพี่สังข์ก็เป็นผีเฝ้าป่าแล้ว"
"จวง อย่าพูดให้ร้ายผัว" เฟื่องว่า
"แล้วที่พี่ทัพ พี่ขาบทำกับพี่สังข์ล่ะ ปล่อยผัวฉัน ออกไปตายเอาดาบหน้า พี่สังข์เค้าไม่ใช่คนเลว พี่ทัพไม่รักเพื่อน ไป ไปให้พ้นหน้าฉันทั้งหมด พวกแกมันพวกคนดี ปล่อยฉันอยู่คนเดียว"
จวงสะบัด แฟงจับไว้
"จวง เราเป็นเพื่อนกันนะ"
"ไม่ ..ฉันไม่นับใครเป็นเพื่อนอีกแล้ว ฉันจะไปตามพี่สังข์"
จวงดิ้นสุดแรง ผลักแฟงล้ม เฟื่องเข้ามา จวงผลักเฟื่องกระเด็นไปอีกคน สไบพุ่งเข้ารวบตัวจวงที่กำลังเสียใจไว้
"จวง จวงยังมีพวกเรานะ พี่สังข์ต้องไม่เป็นอะไร พี่สังข์ต้องกลับมารับจวง"
เสียงจวงร้องครางด้วยความเสียใจ จนทุกคนไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความสงสารไว้ได้

เวลากลางคืน ทัพยืนหน้าเครียด ใจเดินเปะปะมา ทัพหันไปมอง ใจมีไม้คอยช่วยนำทางมา
"ถ้าเอ็งจะมาพูดเรื่องไอ้สังข์ ข้าว่าเอ็งกลับไปเถอะ ใจ"
ใจมาหยุดลงใกล้ทัพ แต่ตายังมองเลยทัพไปไกล
"เห็นแก่ความเป็นมิตรสักครั้ง"
"เอ็งก็เห็น ไอ้สังข์มันคิดว่าข้าเหยียบย่ำคนอื่น เอาดีเข้าตัวคนเดียว"
"สังข์มันพาลโมโหที่พี่เห็นใจฉัน ช่วยฉัน"
ทัพมองใจ
"ข้าไม่แตกกับเกลอด้วยเรื่องคนอื่น"
"ขาดสังข์ไป พี่จะมีใครช่วยร่วมรบ"
"คนทั้งค่ายนี่ไงเล่า ใจ .. คนทั้งค่ายบ้านระจันที่ยังสามัคคี น้ำหนึ่งใจเดียวไล่ข้าศึก .. ข้าถือว่า เนื้อไหนร้าย ปล่อยให้เน่า มันก็ลามไปเนื้อดี"
ทัพเดินเข้ามาใกล้ใจที่ยืนตามองไปข้างหน้า
"ยอมเจ็บเพลานี้ ตัดแขนข้างเดียว ดีกว่าต้องเน่าตายทั้งตัว ขาดไอ้สังข์คนเดียว ค่ายบ้านระจันก็ไม่ล่ม"
ใจนิ่ง มองไปด้านหน้า ทัพจ้องใจด้วยแววตานิ่ง
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางไปวิเศษชัยชาญ เวลากลางคืนต่อเนื่องมา ทหารอังวะพากันขนข้าวของที่ปล้นขึ้นเกวียนขนสมบัติ ข้าวของกระจัดจายอยู่ บางคนก็ลากพวกผู้หญิงมา....เสียงผู้หญิงกรีดร้อง
หญิงคนหนึ่งวีดร้อง
"ปล่อยกู ปล่อยกู ฆ่ากูเลยสิวะ พวกมึงเผาหมู่บ้านกูเหลือแต่ซาก มึงก็ฆ่ากูเสียเลย"
หญิงคนที่สองบอก
"ฟันกูให้ตายเหมือนที่พวกมึงฟันพ่อฟันแม่กู กูยอมตาย กูไม่เป็นเมียพวกมึง"
สังข์เดินดุ่มมากำดาบเตรียมพร้อม....สังข์เข้าขวางทันที ทหารทั้งหมดมองสังข์
ทหาร 2 คนจับหญิงชาวบ้านถอยห่าง อีก 8 คนล้อมสังข์ไว้ ทหาร 2 คนกรูเข้ามา สังข์ฟัน จนกระเจิง อีก 2 เข้ามารุม สังข์หันแล้วหลบวูบ พุ่งไปทางที่ทหารจับผู้หญิงไว้
ทหารปล่อยมือหญิงชาวบ้าน เข้ามาฟัน สังข์ฟันลงไปที่ทหาร 2 คน ทหารขาดใจตาย
"หนีไป"
หญิงชาวบ้าน 2 คนรีบวิ่ง สังข์หันมาเจอทหารอังวะอีก 2 ถีบ สังข์กระเด็น ทหารเข้ามา สังข์แทง แต่ทหารหลบได้ ทหารอังวะกระทืบซ้ำจนสังข์ลุกไม่ขึ้น

สังข์กำดาบจะแทง แต่ทหารอังวะเงื้อดาบ จะปักลงมาตรงที่ร่างสังข์ !
ค่ายอังวะกว้างขวางใหญ่โต ทหารอังวะกำลังคุมเชลยไทยทั้งชายหญิงทำงานโกลาหลไปทั้งค่าย

นายกองม้าอังวะ 2 นาย ควบม้านำสังข์ที่ถูกจับใส่ขื่อคา พร้อมกับเชลยชายอีก 4-5 คนเข้ามาในค่าย สังข์มองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น สมใจอยากที่จะได้เข้ามาในค่ายนี้ทั้งๆที่จะหมดแรง สังข์เดินผ่านสิ่งต่างๆในค่ายอย่างจดจำ เห็นเชลยชายบางคนถูกจองจำในเครื่องทรมานอย่างทารุณ สังข์มองอย่างเครียดแค้น แต่จำต้องอดทนเพื่องานบางอย่าง

สังข์เดินมาถึงกรงเชลยหน้าศาลากองบัญชาการที่กำลังสร้างใหม่ เห็นทหารอังวะกำลังคุมเชลยไทยสร้างกรงอยู่ มีเครื่องทรมาน เชลยมากมาย หญิงเชลยคนหนึ่งวิ่งมาห้ามทหารอังวะที่กำลังเฆี่ยนตีผัวตัวเองอยู่
"อย่าทำผัวข้า เวทนาข้าเถิด เขาไม่สบาย"
นายกองอังวะขี่ม้านำสังข์กับกลุ่มเชลยใหม่มาเห็นก็ไม่พอใจ
นายกองอังวะบอก
"ดี่ก๊อมะพาไล้ (เอาตัวผู้หญิงคนไป)"
ทหารที่คุมตัวสังข์มาเข้าไปกระชากผู้หญิงเชลยคนนั้นออกไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย
หญิงเชลยคนนั้นพยายามขัดขืนจึงถูกทุบตีอย่างหนัก สังข์ทนไม่ได้วิ่งออกไปช่วย
"มึงรังแกผู้หญิงแบบนี้หรือ"
ทหารอังวะหันมาเตะต่อยสังข์ไม่ยั้ง จนล้มลุกคลุกคลาน สังข์สู้ทั้งๆที่มือติดขื่อคาอยู่
พวกทหารอังวะแถวนั้นจึงพากันรุมยำสังข์จนน่วมไปทั้งตัว สังข์สู้ขาดใจเอาขื่อคาสู้กับดาบจนขื่อคาขาดกระเด็น
พวกทหารอังวะเงื้อดาบตรงเข้าจะรุมฟัน
เสียงมยิหวุ่นบอก
"โล๊ะไล้...(ปล่อยมัน)"
ทหารอังวะทั้งหมดชะงัก หันไปเห็นมยิหวุ่น ต่างพากันถอยหนีห่างออกมาจากสังข์เหมือนรู้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้น
มะยิหวุ่นควบม้าเข้ามามองสังข์ ก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า ตรงมาที่สังข์อย่างเยือกเย็น
"ลุกขึ้น"
สังข์ลุกขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
"ข้าดูเอ็งสู้อยู่นาน ฝีมือเอ็งมิใช่ชาวบ้านธรรมดา"
สังข์ยืนจ้องหน้าอย่าไม่เกรงกลัว
"กูคือคนระจัน เคยเป็นทหารกรุงศรี"
มยิหวุ่นเดินยิ้ม ท่าทางกวนๆเข้ามาใกล้สังข์อีก แต่ก่อนจะพูดอะไรต่อ....มยิหวุ่นก็ปล่อยหมัด เท้าเข้าใส่

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/6 วันที่ 29 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 18/5 วันที่ 29 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/5 วันที่ 29 ม.ค. 58

"ถ้า ปล่อยให้พวกมันรวมตัวกันได้มากไปกว่านี้ มันจะเป็นเสี้ยนตำตีนให้พะวงหลัง และเป็นเยี่ยงอย่างแก่พวกชาวบ้านไทอื่นๆ เราจะปล่อยมันให้เป็นเยี่ยงนี้ต่อไปมิได้ ... เจ้าจงไปหานายทัพของพวกเรา ที่ชำนาญพื้นที่แขวงสิงห์บุรีเป็นพิเศษมาให้ข้า ข้าจะให้มันไปทลายค่ายบ้านระจันลงให้ราบโดยเร็วที่สุด"
ใจเดินออกมาจากในห้อง สไบนั่งชุนผ้าให้ใจอยู่หน้าเรือนอย่างมีความสุขไม่ได้ระแวงใดใด ใจหยุดมองสไบ

"จ้องสไบเหมือนมองเห็น"
ใจนิ่งคิดก่อนตัดสินใจพูด
"ถ้าพี่มองเห็นแล้วต้องจากสไบ พี่ขอตาบอดเพื่อได้อยู่ใกล้สไบ"


ใจดึงสไบเข้ามาแนบไหล่ สไบซบแนบอย่างอบอุ่น ใจเดินเข้ามานั่งลงข้างๆสไบ สไบยิ้มให้อย่างมีความสุข
"นึกว่าพี่หลับแล้ว"
"หิวน้ำ...ทำไมยังไม่นอน"
"เสื้อกางเกงพี่มีแต่รอยขาดเกือบทุกตัว"
"ออกลาดตระเวนตามป่ากับพ่อทองเหม็นบ่อยๆ เลยโดนหนามเกี่ยวนะซิ....พี่เป็นหนี้ชีวิตพ่อทองเหม็นมากจนชดใช้ไม่หมด ถ้าไม่ได้แกพี่คงไม่มีปัญญายกย่องสไบให้สมหน้าอย่างนี้"
"แกรักพี่เหมือนลูก เป็นบุญของเราที่มีผู้ใหญ่เอ็นดู"
"ตั้งแต่เกิดมา...ไม่มีใครเอ็นดูพี่เท่าแกจริงๆ"
"ทำไมพูดอย่างนั้นละจ๊ะ พ่อจาดกับพี่เจิดก็รักพี่มากเหมือนกันนะW
ใจรู้สึกพลั้งปากไปจึงขยับลุกขึ้นจะไปหาน้ำกิน สไบรีบลุกช่วย
"เดี๋ยวสไบจะหาน้ำให้พี่...โอ้ย"
สไบโดนเข็มแทงนิ้วเพราะรีบลุก ใจรีบหันมาจับนิ้วสไบ เห็นเลือด รีบใช้ปากดูดห้ามเลือด
"เป็นอย่างไรบ้าง...หายเจ็บหรือยัง"
สไบนั่งนิ่งหน้าเสีย ตกใจ
"เข็มทิ่มนิดเดียว หายเจ็บแล้ว"
"วันนี้เป็นวันแต่งงานของเราพ่อเคยบอกว่า....เจ้าบ่าวเจ้าสาวเลือดตกยางออกจะไม่เป็นมงคล"
ใจหน้าเสียไปด้วย
"คนเฒ่าคนแก่เขาขู่เรา ไม่อยากให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวทำอะไรไม่ดี เดี๋ยวจะไม่มีความสุขต่างหาก พี่หิวน้ำขอน้ำพี่กินหน่อยซิ"
สไบรีบลุกขึ้นไปรินน้ำให้ใจ ใจนั่งซึม อดใจหายไม่ได้
สไบเอาน้ำมาให้ใจดื่ม ลงนั่งกอดใจ เอาหน้าซบไหล่ใจอย่างมีความสุข
"ต่อไปนี้สไบไม่ต้องกลัวอยู่ตัวคนเดียวแล้ว สไบมีพี่ใจที่จะอยู่ใกล้ๆสไบไปจนแก่ สไบจะอยู่ข้างๆพี่ เป็นตาและไม้เท้าให้พี่ตลอดไป"

ใจโอบสไบไว้อย่างมีความสุข...แต่ก็ยังอดอ้างว้างไม่ได้
เสียงเพลงรำโทน เสียงกลองโทนดัง ป๊ะ ป๊ะ โท่นโท่น มาจากวงของหนุ่มสาว ใจ สไบนั่งเคียงกัน สไบคอยกระซิบบอกใจว่าใครรำ ใครร้องเพลง

ทัพมองไปที่ใจด้วยรอยยิ้ม ขาบที่นั่งใกล้ ถามขึ้น
"พ่อค่ายเรียกเอ็งไปคุยเรื่องวางแผนรบคราหน้าว่ายังไงบ้าง " ขาบถาม
สังข์กับกลุ่มผู้ชายหันมามองทัพ
"ยังไม่ได้วางแผนการรบอะไร แต่พ่อจันหนวดเขี้ยวบอกให้ข้าเป็นหัวหมู่ของท่าน" ทัพบอก
ฟักบอก
"นี่ก็เท่ากับพี่ทัพมีตำแหน่งเป็นหัวหมู่ เป็นใหญ่ คอยสั่งการรบ"
ทัพยิ้ม หันมามอง เห็นสังข์ที่จ้องอยู่ ใบหน้าเรียบนิ่ง
"ฉันดีใจด้วยนะพี่ทัพ ต่อไปพี่ก็ได้อยู่ใกล้พ่อค่าย" เคลิ้มว่า
"เผลอๆจะได้ย้ายไปอยู่บนเรือนพ่อค่ายที่หน้าลานละมั้งเนี่ยะ"
ทุกคนชื่นชม ยกเว้นสังข์ที่นั่งนิ่ง
"เอ็งนั่งเงียบทำไมวะ ไอ้สังข์ เอ้า .. รินเหล้า กินดีใจกับไอ้ทัพสิวะ"
"รบมาด้วยกัน เหนื่อยมาด้วยกัน แต่มีแค่คนเดียวที่ได้เป็นหัวหมู่"
เสียงสังข์ทำลายบรรยากาศดีใจ ทุกคนเงียบกริบ ทัพมอง สังข์มองสบตาทัพ
สังข์บอก
"เอ็งนี่มันดวงดีจริงๆไอ้ทัพ อยู่ที่ไหนก็ได้เข้าใกล้นาย"
"ไอ้สังข์ มึงพูดอะไร เมาแล้วก็กลับเรือนไปซะ " ขาบบอก
"ฉันพามันออกไปเอง"
ฟักทำท่าจะเข้ามาจับ สังข์เอะอะขึ้นทันที
"ไม่ต้องมาไล่กู"
ทุกคนพากันหันมองสังข์เป็นตาเดียว จวงหน้าเสีย สไบกระซิบบอกใจที่มองไม่เห็น
"พี่สังข์อาละวาดอะไรก็ไม่รู้จ้ะ"
"กูพูดเรื่องจริง ใครทนฟังไมได้ ก็ไม่ต้องฟัง"
ใจขยับลุกขึ้น สไบคอยประคอง เดินมาทางสังข์
"สังข์ วันนี้วันมงคลของฉัน อย่ามีเรื่องบาดหมางอะไรกันเลย ฉันขอล่ะ"
"มึงจะขออะไร ไอ้ใจ ... ขอตีนกูเหรอ ไอ้ไส้ศึก"
สังข์ถีบใจ หงายลงไปกับพื้น ทุกคนตกใจ ทัพกระชากสังข์มาชกคว่ำลงไปกองทันที
ใจพยายามลุกขึ้นเปะปะ สไบรีบเข้าไปประคอง ทุกคนตกใจ บรรยากาศแตกตื่น สังข์ลุกขึ้นเผชิญหน้าทัพ
"กูบอกแล้วว่าอย่าพูดถึงไอ้ใจแบบนี้อีก"
"ไอ้ทัพ มึงจะเชื่อคนนอกอย่างไอ้ใจมากกว่าเพื่อนอย่างกูใช่มั้ย เอาสิวะ มึงมันคนดี อยู่ที่ไหน ก็ได้ดีเกินหน้าทุกคน กูก็รบเท่าๆกับมึง แต่มึงดันได้เป็นหัวหมู่ มึงกำลังจะได้ดิบได้ดี มีลูกน้องอีกเป็นร้อย ไม่ต้องมีเพื่อนอย่างกูมาช่วยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับมึงแล้ว โน่นไง..เพื่อนรักคนใหม่ของมึง แตะต้องไม่ได้ ไอ้ใจนั่นใช่มั้ย ... ไอ้ใจหน้าซื่อใจคด ไอ้ไส้ศึก"
ทัพชกสังข์คว่ำไปอีกหมัด จวงตกใจตัวสั่น เมื่อเห็นพี่ชายทะเลาะกับผัว
แฟง เฟื่องยืนตะลึงเหมือนกับทุกคน สังข์หันมา เห็นเลือดเลอะจากมุมปาก ทัพจ้องเขม็ง แววตาโกรธ ลุกเป็นไฟ
"กูไม่เคยอยากได้ดีเกินหน้าเพื่อน ถ้ามึงอยากเป็นหัวหมู่ มึงก็เป็นไปเลย"
"มึงเห็นไอ้ใจดีกว่ากู"
"กูเห็นเพื่อนทุกคนดีเสมอกัน"
"กูไม่ใช่เพื่อนไอ้ใจ กูไม่มีเพื่อนเป็นคนทรยศ"
"ไอ้สังข์"
"ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนเห็นค่ากู ในเมื่อมึงนับคนที่กูเกลียดเป็นเพื่อน กูกับมึงก็รบด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว ไอ้ทัพ"

สังข์หันหลังเดินออกไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
จอกยีโบมองอูทินที่ร่างกายฟื้นตัวขึ้น เดินตรงเข้ามา แววตากร้าว เจ็บแค้น

"ให้ข้าไป สยา ข้าจะฆ่าพวกบ้านระจันนั้นด้วยมือข้าเอง"

ทัพเดินไปหาไอ้เลาที่คอก ลูบมันด้วยความเอ็นดู เพื่อนๆ ทุกคนเงียบไปหมด ไม่มีใครกล้าแหย่ทัพ ต่างแยกนั่งตามมุมตัวเอง จวงวิ่งเข้ามาเกาะแขนพี่ชาย ขอร้องน้ำตาคลอ
"พี่ทัพ อย่าถือพี่สังข์เลยนะ พี่ .. พี่สังข์เค้าเมา เค้าไม่ได้ตั้งใจจะว่าพี่"
แฟง เฟื่องมองทัพ ขาบเองก็ลำบากใจ
"เดี๋ยวฉันไปพูดให้พี่สังข์มาขอสมาพี่กับพี่ใจ พี่ทัพอย่าเคืองพี่สังข์เลยนะจ๊ะ" จวงบอก
"ข้ารู้สันดานผัวเอ็งดี จวง .. เพราะไอ้สังข์ มันเคยเป็นเกลอรักของข้า"
ทัพดึงมือจวงออก จวงหน้าเสีย แฟง เฟื่อง ขาบ ตกใจ
"พี่สังข์เค้าพูดไปเพราะความโมโห"
"มันคิดแต่เรื่องของตัวจนขาดสติไม่ฟังเหตุฟังผลใคร อย่างนี้หรือที่คิดจะนำคนออกไปรบ" ทัพบอก
"ให้ฉันไปพูดกับสังข์เอง" ใจว่า
"ไม่ต้องไอ้ใจ ไม่ใช่เรื่องเอ็งเรื่องเดียวดอก ไอ้สังข์มันบ้ายศบ้าศักดิ์ ไม่คิดถึงส่วนรวม ไม่คิดถึงความสามัคคีที่จะพาเรารอด"
จวงบอก
"ไม่จริง พี่สังข์เป็นคนดี ฉันจะพาพี่สังข์กลับมาอยู่กับพวกเรา"
จวงวิ่งออกไป ทุกคนมองอย่างสงสาร ทัพหน้าเครียดมองตามน้องสาว ก่อนจะหันกลับมาเห็นแววตาขอร้องของทุกคน ทัพไม่สนใจ เดินออกไปอีกทางอย่างเร็ว แฟงมองแล้วเดินตามไป
เฟื่องกับขาบมองตามอย่างหนักใจ

จวงวิ่งขึ้นเรือนมา สวนกับสังข์ที่สะพายห่อผ้า จวงมองตกใจ
"พี่สังข์ พี่จะไปไหน"
"พี่อยู่ที่นี่ไมได้แล้ว"
สังข์ทอดสายตามองจวงที่ยิ่งใจเสีย คว้าข้อมือผัวไว้แน่น
"พี่ต้องอยู่ที่นี่ พี่ไปไหนไม่ได้ ที่นี่เป็นบ้าน เป็นเรือนของเรา"
สังข์มองเมียที่น้ำตารินไหล อ้อนวอน
"พี่ต้องไป จวง"
จวงทรุดลง
"พี่สังข์ ให้ฉันไหว้พี่ก็ได้ อย่าโกรธอย่าเกลียดพี่ทัพ พี่ชายฉันเลย พี่เป็นเพื่อนกันมา พี่ทัพไม่เคยคิดชิงดีชิงเด่นกับพี่เลยสักครั้ง"
สังข์มองจวงที่สะอื้นพรากแล้วก้มลงกอดจวงไว้
"จวง .. วันนึงเอ็งจะเข้าใจพี่"
สังข์กอดจวงแน่น จวงสะอื้นถาม
"พี่จะทิ้งฉัน ... พี่ไม่รักฉันแล้วหรือ พี่สังข์"
สังข์กอดแน่นขึ้น
"รักสิ จวง พี่รักเอ็งมากเหลือเกิน ไม่ว่าตัวพี่จะอยู่ที่ไหน"
"ขอให้รู้ว่าใจพี่อยู่กับเอ็ง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/5 วันที่ 29 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 13 วันที่ 29 ม.ค. 58

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 13 วันที่ 29 ม.ค. 58

“เค้า ไม่เคยเสียใจที่ตัวเองไม่เก่งหรือไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย แต่เค้าเสียใจที่ใจของตัวเองยอมแพ้อย่างหมดรูป ไม่ดิ้นรน ไม่ต่อสู้ ไม่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองรียกว่าความฝันและความ สุขมา...รับคืนไปด้วย...เค้าไม่อยากดูมันอีกแล้ว...”

เจนจิราปิดสมุดปลาวาฬหน้าสุดท้ายลงแล้วหมดสติไป ตฤณประคองไว้ในอ้อมแขน อุ้มเธอกลับมาที่เต็นท์ชายหาด ไม่นานเจนจิราก็ลืมตาขึ้น ตฤณดีใจสุด พร่ำเรียกบอกว่า...



“ตัวเอง...ตัวเองรู้สึกตัวแล้ว โธ่...เจน อย่าเป็นไรไปนะ เค้าขอโทษ เค้าจะไม่ฝืนอีกแล้ว ถ้าตัวเองยังจำเค้าไม่ได้เค้าก็จะปล่อยตัวเองไป”

“ตัวเองจะปล่อยเค้าไปไหนหรอตฤณ...”

ตฤณตกตะลึงถามว่า “เจนจิรา...จำตฤณได้แล้วหรือ”

“จำได้สิ เค้าจำได้ว่าตัวเองทำให้เค้าผิดหวังตลอดเวลา แล้วเค้าก็ให้โอกาสตัวเองมาไม่รู้เท่าไหร่ จนในที่สุด...เค้าทนไม่ไหว...แล้ว เราก็ต้องเลิกกันในที่สุด”

“ตัวเองจำได้ทุกอย่างแล้ว ตัวเองหายแล้ว ขอบคุณ... เจ้าสมุดปลาวาฬ” ตฤณดีใจจนแทบจะร้องไห้ หอมแก้มเจนจิราอย่างแสนรัก กอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน เจนจิราตะลึงรับรู้ถึงความรักของตฤณที่มีให้ตน กอดตอบอย่างอบอุ่น...

“ตฤณ...” เจนจิราเรียกเบาๆอยู่ข้างหูตฤณ เป็น เสียงเรียกที่ตฤณรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสวรรค์...

ooooooo

ปลายฟ้าพาเชนเดินไปตามชายหาดเพื่อยั่วลินดา จู่ๆ เธอก็หยุดเดิน เอามือโอบรอบคอเขา ทำเอาเชนตกใจติงว่าไหนบอกว่าไม่ต้องการมีคู่ไง?

“ถ้าเชนคิดว่าสิ่งที่เชนคิดเกี่ยวกับลินดาถูกต้อง งั้นเรามาพิสูจน์กัน สมมตินะว่าปลายฟ้าเป็นตัวร้ายในนิยายที่แอบปลอมตัวมาฆ่าเชน แล้วเชนก็หลงกลพลาดท่าให้ปลายฟ้า”

ปลายฟ้าชักมีดออกจากกระเป๋าแทงที่ท้องเชนทันที เชนตกใจ เธอกระซิบว่ามันเป็นมีดของเล่น บอก เชนเล่นให้สมบทบาทหน่อย แล้วปลายฟ้าก็แทงซ้ำๆ จน เชนทรุดกองไปกับพื้นทราย

“ฮ่ะๆ คิดแล้วไม่ผิด นังนั่นต้องแฝงตัวมา ที่แท้มันก็เป็นมือสังหารนี่เอง” ลินดาแสยะยิ้ม เห็นข้างหลังปลายฟ้ายังแทงเชนไม่หยุด ระหว่างนั้นปลายฟ้าเอาซอสมะเขือเทศขวดเล็กๆ ออกจากอกเสื้อเทใส่มือเชนดูเหมือนเลือด แล้วสั่งให้เชนคลานอย่างกระเสือกกระสนหนีตายและตัวเองก็ตามไล่แทงอย่าง อำมหิต พลันเชนก็เห็นเท้าลินดาก้าวเข้ามายืนตรงหน้า

“ลินดา...ช่วย...เชน...ด้วย” เชนพูดเสียงจะขาดใจ ถูกลินดาเตะเสยที่หน้าจนเชนร้องลั่น แล้วหันพูดกับปลายฟ้าที่ถือมีดเตรียมพร้อมอยู่

“ฉันไม่สู้กับหล่อนหรอก ไม่ต้องกลัว หล่อนโผล่มาจากไหน หรือว่าด็อกเตอร์อาทิตย์ส่งหล่อนมาเก็บไอ้เชน”

ปลายฟ้าผสมโรงเนียนๆ ว่าด็อกเตอร์อาทิตย์ส่งเธอมาเก็บเชนแต่เธอทำไม่สำเร็จ ลินดาโต้ว่าตนกำลังหาทางเก็บให้เนียนต่างหาก แต่ก็ถูกเธอมาชิงตัดหน้าตนเสียก่อน

เชนที่ทำเป็นบาดเจ็บสาหัสเจียนตายนอนคว่ำหน้าอยู่ เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าลินดาจะพูดเช่นนั้น

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง ลินดาหัวเราะเยาะปลายฟ้าว่า อย่าคิดว่าตัวเองฆ่าเชนได้แล้วจะมีฝีมือเหนือกว่าตน พูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ถ้าฉันฆ่าแกซะ แล้วโยนไปว่าแกตายเพราะสู้กับไอ้เชนไม่ได้ จนฉันต้องมาช่วยฆ่าไอ้เชนให้แทน ความดีความชอบทั้งหมดก็จะตกมาเป็นของลินดา ด็อกเตอร์อาทิตย์จะต้องชื่นชมฉัน ยกให้ฉันเป็นสมุนเอก ยิงปืนทีเดียวได้นกสองตัว ฮ่ะๆๆ”

ทันใดนั้นเชนลุกขึ้น ลินดาตกใจที่เขาไม่เป็นอะไร ยิ่งเมื่อรู้ว่าเลือดที่มือเชนนั้นเป็นซอสมะเขือเทศก็ยิ่งโมโห ด่าลั่น

“พวกแกรวมหัวกันหลอกฉัน!” ลินดาดึงแส้ออกมาสะบัดตวัดรัดร่างปลายฟ้าทำให้มีดหลุดจากมือแล้วลินดายิ่ง แค้นเมื่อรู้ว่านั่นเป็นมีดปลอม คำราม “ตายซะดีไหมนังเฉิ่ม”

“อย่านะลินดา! อย่าทำอะไรคุณปลายฟ้านะ” เชน ตะโกนจะพุ่งเข้าไปช่วยปลายฟ้า

“แกนั่นแหละอย่าเข้ามา ถ้ารู้จักฝีมือฉันดี จะรู้ว่านังนี่จะตายศพไม่สวย” ลินดาใช้กรงเล็บจิกที่คอปลายฟ้าทำให้เชนต้องหยุด ยืนจ้องหน้าวัดใจกับลินดาตาไม่กะพริบ

ooooooo

ลินดาจับปลายฟ้าไว้เป็นตัวประกัน เชนบอกให้ปล่อยเสีย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับปลายฟ้า มันเป็นเรื่องของเราสองคนที่เป็นคู่หูกัน ลินดามีข้อแม้ว่าถ้าจะให้ปล่อยปลายฟ้าตนก็ขอเอาตัวเชนไปถวายด็อกเตอร์ อาทิตย์แทน

เชนตัดสินใจยอมเป็นตัวประกันแลกกับปลายฟ้า พอลินดาปล่อยปลายฟ้าเพื่อไปจับเชน ก็ถูกปลายฟ้าใช้สันมือสับเข้ากลางหลังแล้วเตะซ้ำ ลินดาก็ไวทายาดกระชากแส้ฟาดใส่ทรายจนฟุ้งไปหมด พอฝุ่นจางก็เห็นลินดาหนีไปไกลแล้ว

“รีบตามไปจับตัวลินดาไว้สิเชน” ปลายฟ้าตะโกน เชนถามแล้วเธอล่ะ? “แล้วเราจะได้เจอกันอีกแน่ รีบไปสิถ้าไม่อยากให้ลินดาไปเป็นมือสังหารรับใช้ด็อกเตอร์อาทิตย์อีก คุณต้องจับตัวมาให้ได้ รีบไป!”

พอเชนวิ่งไป ปลายฟ้าจับคอตัวเองรู้สึกเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด “โฮ่ย...กว่าจะถลกหนังแม่นั่นให้เห็นธาตุแท้ เล่นเอาเกือบตาย เชน...คนชื่อปลายฟ้าทำให้คุณเชื่อได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนชื่อปวัน ไม่เคยทำสำเร็จเลย”

แม้เชนจะวิ่งกะเผลกๆ แต่ก็ไปดักหน้าลินดาได้ บอกเธอว่าอย่าหนี พลางจะคว้าเธอแต่ถูกลินดาเหวี่ยงหมัดใส่และเตะสูงซ้ำ แต่เชนก็รับไว้ได้ชวนเธอกลับไปด้วยกันเถอะ

ลินดาเย้ยว่าถึงเชนจะหล่อแต่กระตุ้นต่อมพิศวาสตนไม่ได้ เชนบอกว่าตนไม่ได้ต้องการให้เธอพิศวาส แต่เราเป็นเพื่อนกัน ลินดาสวนทันควันว่า

“ถ้าแกเห็นฉันเป็นเพื่อน แกก็ต้องเชื่อฟังและทำตามฉัน ไปทำงานให้ด็อกเตอร์อาทิตย์ด้วยกัน แล้วชีวิตแกจะมีค่าขึ้นมากกว่ามาอยู่กับไอ้พวกมนุษย์โง่งี่เง่าพวกนี้”

เชนเห็นทีจะพูดกันไม่รู้เรื่อง ขออนุญาตละเมิดกฎใช้กำลังกับเธอ เขาล็อกตัวลินดาไว้ได้ถามว่า “จะไปกับเชนไหม” ลินดาให้ฆ่าตนเสีย ไม่อย่างนั้นตนจะฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเชนโดยเฉพาะปวัน! แล้วสำออยว่าเจ็บจนเชนคลายมือที่ล็อกไว้ เลยถูกลินดาพลิกตัวมาผลักเต็มแรงแล้ววิ่งหนีหายไปในป่าละเมาะริมหาดนั่นเอง

“ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์ ไอ้ทรชนคนชั่ว แกล้างสมองคู่หูที่รู้ใจของฉัน สายลับเชนขอสาบานต่อหน้าผืนฟ้า ผืนทรายและทะเลอันแสนกว้างใหญ่ ต่อให้เชนต้องเอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลก เชนก็จะปราบด็อกเตอร์อาทิตย์จอมลวงโลกและเหล่าสมุนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน นี้” เชนตะโกนเสียงสะท้อนก้องไปทั้งบริเวณ...

ปลายฟ้าเข้าห้องน้ำสาธารณะแถวนั้นแปลงโฉมลอกคราบตัวเองกลับมาเป็นปวันคนเดิม แล้วโทร.บอกจ่าเจี๊ยบให้ช่วยเตรียมหาเซฟเฮาส์ไว้ให้ด้วย เพราะตนไม่มั่นใจว่าลินดาจะแอบติดต่อกับด็อกเตอร์อาทิตย์ได้หรือยัง ปรารภว่า

“ดีไม่ดี ป่านนี้ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์อาจจะมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้แล้วก็ได้ แค่นี้ก่อนนะจ่า ฉันทิ้งทุกคนไว้ที่บ้านนานแล้ว” ปวันวางสายจากจ่าเจี๊ยบแล้วรีบกลับไปยังที่พัก

ooooooo

เชนกลับมาเจอปวันที่บ้านพักตากอากาศเขาถามว่าเธอไปไหนมา เธอบอกว่าลินดาอาจส่งข่าวพวกเราให้พวก ดร.อาทิตย์รู้แล้ว ตนจึงไปเอาปืนมาเตรียมพร้อมไว้ เชนเองก็ไปเอาปืนคู่กายของตัวเองมาเช่นกัน

เชนกับปวันเดินออกมาสำรวจสภาพที่ชายหาด เชนเห็น ดร.อาทิตย์และพรรคพวกกำลังดาหน้ามาที่บ้านพัก ทั้งสองโดดหลบไปหลังเรือประมงที่จอดเกยตื้นอยู่ข้างๆ เป็นจังหวะที่ลินดา นารีกับอินทุยิงมาพอดี

พวกที่บ้านพักได้ยินเสียงปืน ตฤณกับเจนจิราโผล่ไปดูเห็น ดร.อาทิตย์กับพวกกำลังยิงใส่ซากเรืออย่างเมามัน ตฤณจะไปช่วยเชนกับปวัน เขาเอาโทรศัพท์ให้เจนจิราบอกให้หาทางหนีไปแจ้งตำรวจ แล้วตฤณก็กระโดดออกไปร้องท้า

“ไอ้ ดร.อาทิตย์ แน่จริงยิงผมให้โดนสิคร้าบ...” พลางชูเสาอากาศขึ้นใช้คลื่นแม่เหล็กปัดกระสุนปืนจนวิถีกระสุนเป๋ไปเป๋มายิง ไม่ถูกตฤณ เชนบ่นกับปวันว่า “ผู้ช่วยตฤณ มันชักจะห้าวเกินไปแล้ว”

เจนจิราหนีออกไปถึงถนนก็โทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่พอวิ่งพ้นกอไม้ออกไปก็เจอบารมีวิ่งมาพอดี ต่างมองกันตะลึง เจนจิราเล่นละครตบตาบารมีทำเป็นว่าตัวเองยังถูกสะกดจิตอยู่ชวนเขารีบหนีไป

ที่บ้านพัก ตังตังชวนกังฟูกับสมายล์ออกไปช่วยน้าตฤณกัน จันทร์เจ้าเร่งให้รีบหนีไปแจ้งตำรวจ ตังตังไม่ไป สมายล์หว่านล้อมว่า

“ตังตังใจเย็นๆ เรารีบไปบอกตำรวจดีกว่า ยังมีทางรอด แต่ถ้าเราวิ่งไปหาปืนเราอาจไม่รอดสักคนเลยนะ” แล้วทั้งหมดก็ช่วยกันลากตังตังออกไป

ooooooo

เชน ปวัน และตฤณต่อสู้กับพวก ดร.อาทิตย์ ถูกพวกนั้นรุมยิงกระหน่ำ ดร.อาทิตย์มาเจอปวันมันยกปืนซุปเปอร์ซันเล็งจะยิง เชนปรากฏตัวขึ้นทำเป็นทักท้วงบอกว่าปืนนั้นยิงได้สามจังหวะ แต่ ดร.อาทิตย์ไม่สนใจยิงเปรี้ยงเดียวก็ระเบิดตูม!

สิ้นเสียงระเบิด ซากเรือลอยกระจาย แต่ไม่ปรากฏร่างเชน อินทุกับนารีบอกว่าเชนตายแล้ว ลินดาบอกว่า

เชนไม่มีวันตายแต่หายไปแล้ว ดร.อาทิตย์ไม่เชื่อเดินไปดู

ปวันกับตฤณมองหาเชน ตฤณคิดว่าเชนตายแล้ว แต่ปวันไม่เชื่อ พูดอย่างมั่นใจว่า

“เชนผู้มีปัญญาเฉียบแหลม เขาต้องรอดอยู่แล้ว ส่วนนาย...ผู้ช่วยตฤณคู่หูสายลับเชนเก่งนักใช่ไหม แต่แค่เสาอากาศมันคงไม่พอหรอก” ปวันเอาปืนที่รองเท้าโยนให้ ตฤณรับปืนถามว่าเธอแน่ใจหรือว่าเชนยังไม่ตาย?

บนผิวน้ำที่ซากเรือลอยระเกะระกะนั้น ที่ใต้ท้องน้ำ เชนดำน้ำหนีไปไวยิ่งกว่าปลา!

เมื่อไปเจอกันที่หาดอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นที่นัดหมายกันกับปวัน เชนเดินออกมาจากโขดหินตัวเปียกโชก ตฤณดีใจมากชมว่าเชนดำน้ำเก่งกว่าที่คิด ปวันเร่งว่าเราต้องรีบไปแล้ว

“ไปไหน” ตฤณถาม

“ไปให้พ้นคนอื่นๆ ไปให้ไกลจากพวกเด็กๆ เราคือตัวอันตราย ขืนให้เด็กๆมาอยู่ด้วย เด็กๆจะพลอยมีภัยกันหมด” เชนชี้แจงแล้วทั้งหมดก็รีบผละไป

ส่วนริมหาดที่หน้าบ้านพัก ลินดาซุ่มอยู่ที่เนินทราย อินทุอยู่ที่โขดหิน ดร.อาทิตย์เดินดูตามริมน้ำ และนารีจ้องดูในบ้าน แต่ไม่มีใครเห็นอะไรเลย

ooooooo

เชน ปวัน และตฤณ วิ่งมาถึงถนนใหญ่ ต่างชะงักเมื่อเห็นร่างหนึ่งเสื้อผ้าท่าทางประหลาด ปวันมองสำรวจแล้วบอกว่ามันพกอาวุธมาเพียบ เชนฉุกคิดได้เตือนทั้งสองอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า

“ระวังนะ ด็อกเตอร์อาทิตย์อาจจะไปเชิญตัวมันออกมาจากหนังสักเรื่องเพื่อจัดการพวกเรา”

มันคือไซล่าร์ที่ ดร.อาทิตย์ไปดึงออกมาจากในหนังจริงๆ!

เมื่อเผชิญศัตรูตัวประหลาดที่ไม่รู้พิษสงของมัน ทั้งสามจึงแยกย้ายกันต่อสู้เพื่อกระจายเป้าหมาย ดร.อาทิตย์เห็นไซล่าร์ทำท่าบ้าเลือดก็หัวเราะชอบใจ ยุว่า

“ไซล่าร์ลูกพ่อ จัดเต็มเลยลูก เดี๋ยวพ่อจะเตรียมอาหารสดไว้เป็นรางวัลให้ลูก”

อยู่ๆก็มีรถขับพุ่งเข้ามาชนไซล่าร์กระเด็นไปไกล นารี อินทุและลินดาตกใจ แต่ ดร.อาทิตย์ยืนเฉยเพราะรู้ว่าแค่รถชนทำอะไรไซล่าร์ไม่ได้

ฝีมือจ่าเจี๊ยบนั่นเอง พอขับรถชนไซล่าร์แล้วก็เบรกมองตะลึง เมื่อเห็นตัวที่ตนชนนอนกองอยู่กับพื้นเมื่อกี๊กลับลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไร เกิดขึ้น

จ่าเจี๊ยบถอยรถก็ถูกมันไล่ตาม จึงตัดสินใจทิ้งรถวิ่งหนีพลางยิงใส่มันแต่กระสุนไม่ระคายผิวมันเลย ซ้ำมันยังโยนระเบิดโยนกลิ้งตามหลังจ่าเจี๊ยบไปติดๆ

จ่าเจี๊ยบตัดสินใจยิงระเบิดลูกนั้น มันระเบิดขึ้นข้างกองยาง ยางติดไฟกระเด็นกลิ้งไปในวงกว้าง

ไซล่าร์ไล่เล่นงานจ่าเจี๊ยบ ลินดากับนารีเล่นงานปวันที่หลบอยู่ ถูกปวันยิงจนต้องหลบกันงุด ตฤณสู้กับอินทุ เขายิงถูกไหล่มันจนล้มแล้วตฤณก็กลิ้งตัวไปหยิบปืนของอินทุไปได้

ปวันถูกไซล่าร์คว้าคอยกขึ้น เธอร้องจนเชนได้ยินเขาวิ่งไปช่วย เล่นงานไซล่าร์จนมันปล่อยปวัน เขา

บอกให้ตฤณพาปวันหนีไปก่อนแล้วตัวเองก็วิ่งไปสู้กับไซล่าร์ ปวันเป็นห่วงเชน ขณะจ่าเจี๊ยบขับรถพาออกไป เธอโผล่มาตะโกนเรียก

“เชน...เชน...”

ภาพสุดท้ายที่ปวันเห็นคือ เชนนอนอยู่ที่พื้น พยายามลุกขึ้นแต่ถูกไซล่าร์ต่อยลงไปกองกับพื้นอีกครั้งก่อนที่มันจะเงื้อดาบ ปักไปที่ท้องจนเชนแน่นิ่ง!

“เชน!!!” ปวันร้องสุดเสียง

ooooooo

ปวันสะดุ้งตื่นเมื่อตฤณกับจ่าเจี๊ยบมายืนเรียก เธอยังมีแววตระหนก บอกทั้งสองว่า

“ฉันเห็นร่างเชนถูกพวกมันเผา” จ่าเจี๊ยบปลอบใจว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี ป่านนี้สายลับเชนอาจเป็นฝ่ายเผาพวกมันเป็นไก่ย่างงานวัดไปแล้วก็ได้ ปวันส่ายหน้าน้ำตาซึมเล่าว่า “แต่ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นเขา มันไม่เป็นอย่างนั้นนะจ่า”

จ่าเจี๊ยบหมดมุกที่จะปลอบเลยหันบอกตฤณให้ช่วยพูดอะไรหน่อย ตฤณตำหนิตัวเองว่าไม่น่าทิ้งเชนไว้เลย ป่านนี้คงจะ...จ่าเจี๊ยบปิดปากตฤณแทบไม่ทัน ประชดว่าปลอบได้ดีมาก พอดีถึงเซฟเฮาส์ จึงพาปวันลงไปบอกเธอว่า

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเชน พวกเราก็ต้องอยู่สู้กันต่อ”

พอลงจากรถเข้าไปในโรงงานร้างที่ถูกจัดเป็นที่พิทักษ์พยาน ก็เจอธงทิวออกมาทัก ปวันถามว่าผู้การมาทำอะไรที่นี่ ผู้การเกี่ยวอะไรด้วย ธงทิวยืดอกคุยโวว่า

“ถามอะไรอย่างนั้นหมวด เรื่องด็อกเตอร์อาทิตย์มันเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว จะขาดผู้การธงทิวได้ยังไงกัน” เลยถูกจ่าเจี๊ยบขัดคอว่าพูดตำแหน่งตกไป ต้องเป็นอดีตผู้การ ธงทิวคอตกแต่ยังขู่แก้เกี้ยว “เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว!”

ธงทิวบ่นว่าขาดเชนคนสำคัญไป ถามว่าแยกกันหนีหรือทำไมไม่มาด้วยกัน เห็นทั้งสามเงียบก็เดาได้ พูดปลุกใจว่า

“เราต้องไม่เสียเชนไปเปล่าๆ แต่เราจะแข็งแกร่งทั้งกายใจ ไม่ยอมแพ้ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์ ไม่ว่ามันจะมารูปแบบไหน” จ่าเจี๊ยบถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป ธงทิวตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “อยู่เฉยๆ” ทำเอาทุกคนมึนแล้วจึงพูดต่อว่า “จนกว่าหมวดจะรักษาตัวหายดีไง เพราะสมองระดับผู้...เอ่อ...อดีตผู้การอย่างธงทิว มั่นใจว่าไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์มันต้องส่งคนออกตามหาพวกคุณแน่”

ปวันพยักหน้าเห็นด้วย ย้ำว่าระหว่างนี้พวกเราต้องซุ่มวางแผนเพื่อแก้แค้นให้เชน พูดเสียงเครือว่า

“เชนเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้พวกเราหนีรอดมาได้ ฉันจะไม่ให้เขาตายฟรี”

“ผมเสียใจด้วยอีกครั้งนะ แต่...หมวดแน่ใจว่าเชนตายไปแล้วจริงๆหรือ” ธงทิวมองหน้าปวันรอคำตอบ

ooooooo

พวก ดร.อาทิตย์กลับไปที่มูลนิธิ มิสเตอร์โอเคเดินหงุดหงิดอยู่ พอเห็นพวก ดร.อาทิตย์มาก็ปรี่เข้าถามว่าไปจัดการกับเชนโดยไม่รอตนได้อย่างไร แล้วมันจะสำเร็จหรือ

ดร.อาทิตย์บอกว่าสำเร็จโดยไม่ต้องรอเขาให้เสียเวลา แล้วแนะนำให้รู้จักกับมือปราบสายลับเชนตัวจริงคือ ไซล่าร์! มิสเตอร์โอเคมองไซล่าร์ถามว่าด็อกเตอร์ไปเอามาจากไหน มันไม่ใช่คน ประกาศอย่างผยองว่า

“สายลับเชนจะต้องเป็นคู่ต่อสู้ของมิสเตอร์โอเคเท่านั้น”

“เชนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของใครอีกต่อไปแล้ว มิสเตอร์โอเค คุณหมดคู่ต่อสู้แล้วโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ต่อไปนี้คุณไม่ต้องต่อสู้กับใครอีกแล้ว สบายไปเลย ชีวิตอยู่ชิลด์ๆไปวันๆ คุณต้องขอบใจไซล่าร์นะ ไซล่าร์...ผู้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจต้านทานได้” คำพูดของลินดาทำเอามิสเตอร์โอเคหัวเสีย

เชนถูกลากไปโยนนอนคว่ำในห้องขังลุงเจิดกับวิศวะ ในสภาพแขนขาหงิกงอผิดรูป ไซล่าร์คำรามใส่ลุงเจิดกับ วิศวะ ลุงเจิดถามว่านี่มันตัวอะไร

“มันชื่อไซล่าร์อาจารย์ มฤตยูต่างดาวจากเรื่องอสูรกาย ดาวนรก โหดสุดๆเลย ผมเคยดูหนังมัน”

“ด็อกเตอร์แกเอาไอ้ตัวนี้ทะลุจอหนังมาป่วนโลกอีกตัวแล้วหรือ แค่ได้มิสเตอร์โอเคคนเดียวยังไม่พออีกเรอะ!”

“ปากดี! หิวไหมไซล่าร์ พ่อยกให้” สิ้นเสียง ดร.อาทิตย์ ไซล่าร์เดินไปจิกขย้ำคอลุงเจิดทันที วิศวะรีบร้องขอชีวิตลุงเจิดบอกว่าลุงเจิดแก่แล้วเนื้อหนังเหี่ยวเหนียวไม่ น่ากิน ดร.อาทิตย์บอกไซล่าร์ให้ปล่อยลุงเจิดเดี๋ยวจะหาเนื้อเด้งๆ หนังกรุบๆให้เปิบ นารีถามว่าแก่แล้วจะเก็บไว้ทำไม

ลินดาแย้งว่าถึงแก่แต่สมองยังมีประโยชน์ เยาะนารีว่าพูดอะไรตื้นๆ เลยทำท่าจะปะทะกันอีก อินทุต้องดึงนารีไว้ ดร.อาทิตย์บอกไซล่าร์ไปได้แล้ว ปล่อยให้ลุงเจิดกับวิศวะดูเชนตายไปทีละน้อย...ทีละน้อยไปต่อหน้าต่อตากันเอง

เชนบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลไม่หยุด ลุงเจิดกับวิศวะจึงฉีกเสื้อผ้าตัวเองมาอุดแผลและห้ามเลือด ห้ามเลือดได้แล้วแต่เชนไม่มีทีท่าจะฟื้น ลุงเจิดบอกว่าจะฟื้นได้ต้องมียารักษา จึงตะโกนบอกสมุน ดร.อาทิตย์ที่เฝ้าอยู่ขอยากับผ้าพันแผล แต่มันเดินหนีไปอย่างเลือดเย็น ลุงเจิดกับวิศวะจึงเอาน้ำที่เหลือในขวดเล็กน้อยหยอดใส่ปากให้เชนกินไม่กี่ หยดก็หมด

ทั้งสองเฝ้าดูอยู่ จนเห็นนิ้วเชนกระดิก แล้วค่อยๆ ปรือตาขึ้น ลุงเจิดรีบถาม “เป็นไงบ้าง ไหวไหม”

“หมวด...หมวดปวัน...” เชนเพ้อเรียกหาปวัน

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 13 วันที่ 29 ม.ค. 58

ละครสายลับสามมิติ บทประพันธ์โดย : สีชาติ
ละครสายลับสามมิติ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย
ละครสายลับสามมิติ กำกับการแสดงโดย : เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครสายลับสามมิติ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดักชั่น จำกัด
ละครสายลับสามมิติ ควบคุมการผลิตโดย : ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครสายลับสามมิติ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 18/4 วันที่ 28 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/4 วันที่ 28 ม.ค. 58

“ปากคำมันช่างยอกย้อน กับรอยยิ้มจริงใจของมันต่างหาก ที่ทำให้พี่ไม่อยากห่างไปไหน”
แฟงหลบตาด้วยความอาย ทัพมองยิ้มชื่นใจ
“แฟงเอย ตอบพี่ให้ชื่นใจเถิด เอ็งคิดอย่างไรกับพี่”

แฟงยังไม่ตอบ ทัพก้มลงถามใกล้นวลแก้ม
“บอกพี่เถิด คนดี”
แฟงมองสบตาทัพที่อยู่แค่คืบตรงหน้า


“ฉันจะมีคำใดตอบได้ พี่ทัพ.. นอกเสียจากว่า ..ฉันก็ไม่ได้ชังน้ำหน้าพี่”
“ไม่ชังแล้วรักไม๊”
“พี่ทัพ”
ทัพรวบตัวแฟงมากอดไว้
“หากไม่ตอบว่ารักพี่คนนี้ พี่จะกอดไว้อย่างนี้จนเช้า”
“ปล่อยเถอะ เดี๋ยวคนมาเห็น””
“พี่ก็จะยิ่งกอดให้แน่น”
แฟงอาย จนแทบจะม้วน ทัพก้มลงถามใกล้หู
“”บอกให้ชื่นใจทีเถิด .. รักพี่ทัพคนนี้มากแค่ไหน”
แฟงมองสบตาทัพอายๆ
“อยากเห็น อยากอยู่ใกล้ อยากดูแล อยากมีแต่รอยยิ้มให้พี่หายเหนื่อย อย่างนี้เรียกว่ารัก..ไม๊”
ทัพดึงแฟงมากอดไว้ในอ้อมอกกว้าง แล้วบรรจงจูบลงที่หน้าผาก
“ชื่นใจของพี่ แฟงเอ๋ย คำรักของเอ็งมันหวานนัก พี่จะจำมันไว้ในชีวิต ในวิญญาณจวบลมหายใจสุดท้าย”
ทัพเชยคางแฟงขึ้นอย่างทะนุถนอม แล้วจูบลงประทับความรักไว้เนิ่นนาน

สังข์ที่นั่งนิ่งทที่ชานเรือน มือกำดาบแน่น มองออกไปอย่างหนักใจ จวงนั่งมองอยู่ห่างๆ น้ำตานองหน้า เสียใจที่ผัวกับพี่ชายทะเลาะกัน

เฟื่องกอดอกมองไปไกล กังวลเรื่องสังข์ทะเลาะกับทัพ ขาบที่มองอยู่เอ่ยถามขึ้น
“ถ้าเฟื่องคิดเรื่องไอ้ทัพผิดใจกับไอ้สังข์ พี่ว่ามันคงไม่มีอะไรแล้ว”
เฟื่องหันมามองขาบ สีหน้าไม่แน่ใจ
“พี่ทัพกับพี่สังข์มาเคืองกันด้วยเรื่องพี่ใจ ฉันไม่สบายใจเลย”
ขาบเดินมาใกล้ โอบกอดเฟื่องจากด้านหลัง
“ไม่รู้ว่าเฟื่องไปหัดดาบตอนไหน”
เฟื่องอมยิ้ม ขาบกอดแน่น
“เกิดเคืองพี่ขึ้นมา ดาบเฟื่องเห็นจะฟันพี่ขาดเป็นริ้วๆ”
“พี่ก็อย่าทำให้ฉันโกรธแค้นอะไรขึ้นมา “
เฟื่องยิ้ม ขาบจูงมือมานั่งเอาฝ่ามือเฟื่องมาดู
“แต่เมื่อต้องฟันข้าศึก เรี่ยวแรงมาจากไหนก็ไม่รู้”
“พี่นับถือน้ำใจ นับถือความกล้าของเฟื่องและผู้หญิงทุกคน แต่พี่ก็ไม่อยากให้ผู้หญิงออกรบ”
“พี่อย่าห้ามเลยนะ เวลานี้นักรบบางระจันเราผู้ชายเหลือน้อยลงทุกวัน ข้าศึกมันก็ยกมามากขึ้นทุกครั้ง ถ้าพี่กลัวว่าฉันจะเป็นอะไร พี่ก็สอนให้ฉันฟันดาบให้เก่งๆซิ ฉันจะได้สู้กับพวกอังวะได้"

ขาบลูบหัวเฟื่องเบาๆ กอดเฟื่องแน่นด้วยความรัก หวังว่าสักวันจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข
บริเวณลานซ้อมดาบ แฟง เฟื่อง จวง กับผู้หญิงคนอื่นๆ กำลังฝึกดาบ มีทัพ และผู้ชายคนอื่นๆคอยสอน แฟงกับเฟื่องถือดาบเป็นคู่ซ้อมกัน สไบกับจวงเป็นคู่ซ้อมอีกคู่ เห็นผู้หญิงที่กำลังฝึกดาบ โดยมีผู้ชายคอยช่วยดู

นักรบชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาจากในเรือนพ่อค่าย ตรงมาทางทัพ นักรบเอ่ยขึ้น
“พันเรืองพ่อค่ายให้มาตามพี่ทัพไปที่เรือน”
“ข้าคนเดียวหรือ”
“พี่ทัพคนเดียว”
ทัพหันไปทางสังข์กับขาบ
“”ข้าฝากทางนี้ก่อน”
ทัพเดินออกไปกับนักรบที่มาตาม สังข์ยังโกรธทัพอยู่มองตามอย่างอยากรู้

ใจตามองไกล คิดถึงอดีต ตั้งแต่รู้จักและรักสไบครั้งแรก, ตอนเด็กที่ชกมวยกับเจิด มีจอกยีโบมองอยู่ท่ามกลางทุกคน , ทัพที่ช่วยชีวิตไว้ครั้งแรก ,จอกยีโบพูดใส่หน้า, กินน้ำมนต์หลวงพ่อธรรมโชติ นึกแล้วก็น้ำตาไหล
“ข้ามันคนทรยศ ข้าต้องฆ่าพวกระจัน แต่ข้าทำไม่ได้ .. พวกเค้าดีกับข้า สไบ .. คือคนรักของข้า ..ยกโทษให้ข้าด้วย สยา .. ข้ากำลังรับกรรมที่ข้าก่อไว้ทั้งหมดแล้ว”
ใจกำหมัดแน่น เจ็บช้ำกับชะตากรรมที่ต้องมากลายเป็นคนตาบอด

ทัพอยู่ตรงหน้า พันเรือง จันหนวดเขี้ยว ทองแสงใหญ่
พันเรืองบอก
“พ่อแท่นเคยเล่าว่าเอ็งมีฝีมือ เป็นคนซื่อ จิตใจเข้มแข็ง”
ทัพมองพ่อค่ายด้วยทุกคนด้วยสายตาดีใจ
“เสียดายพ่อแท่นยังเจ็บ คงออกรบคราวหน้าไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เราขาดกองหน้าฝีมือดี”
ทองแสงใหญ่บอก
“ข้าเห็นฝีมือ เห็นความกล้าของมันเมื่อรบคราที่ผ่านมา”
“มาอยู่เป็นกองหน้ากับข้า ข้าจะตั้งให้เอ็งเป็นหัวหมู่” จันหนวดเขี้ยวว่า
ทัพตื่นเต้น

“กองม้าบ้านคำหยาดดีใจเหลือเกินที่ได้ช่วยงานสำคัญ”
เวลาต่อมา สไบถือดาบซ้อมวิ่งเข้ามาในเรือน เห็นใจที่กำลังเดินเปะปะ พยายามจะออกไปด้านนอก

“พี่ใจ”
สไบประคองใจไว้
“พี่กำลังจะไปหาสไบที่ลานซ้อมดาบ”
“ฉันซ้อมเสร็จแล้ว กลับบ้านเราเถอะจ๊ะ”
“ถ้าพี่มองเห็น .. พี่คงได้ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้สไบ”
ใจเหยียดยิ้มเศร้า ทองเหม็นเดินเข้ามา
“ไอ้ใจ”
ทองเหม็นเห็นสภาพใจก็ตรงเข้ามากอดด้วยความสงสาร
“คนดีอย่างเอ็ง .. ไม่น่า ..ไม่น่าเลย แล้วนี่เอ็งกินอยู่ยังไง มองไม่เห็น ลำบาก ไปๆ ไปอยู่กับข้าที่เรือน”
“ไม่จ้ะ อย่าเอาตัวพี่ใจไป ฉันดูแลพี่ใจได้”
“แล้วเอ็งเป็นใคร จะไปอยู่ดูแลมันที่บ้าน ยังสาวยังแซ่ เดี๋ยวได้ลือกันทั้งบาง”
“สไบเป็นคู่ชิ้นฉันเอง เราอยู่เป็นผัวเมียกันแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้แต่ง”
“บ๊ะ จะเอาลูกสาวเค้ามารับใช้ แล้วไม่สู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ยังไงวะ”
“พ่อสไบตายระหว่างอพยพมาบางระจัน ฉันเลยไม่รู้จะไปสู่ขอกับใคร”
“แล้วเอ็งจะอยู่กับคนตาบอดได้ไม๊นังหนู”
“ไม่ว่าพี่ใจจะตาบอดแขนขาด ฉันก็จะไม่มีวันทิ้งพี่ใจจ๊ะ”
“เออ..นังหนูนี่มันรักเอ็งแท้ ถ้ารักกันขนาดนี้ไม่ต้องกลัว เอ็งช่วยข้ารบมาถึงป่านนี้ เป็นตายยังไงเอ็งสองคนก็คือลูกหลานคนระจัน ข้าจะเป็นผู้ใหญ่จัดพิธีให้เอง เอ็งสองคนจะได้ดูแลกันออกหน้าออกตากันได้เต็มที่”
ทองเหม็นพูดสั้นๆอย่างนักเลง สไบฟังแล้วยิ้มอาย ขณะที่ใจยังยืนอึ้ง นึกไม่ถึง

แล้วพิธีแต่งงานของใจกับสไบก็ถูกจัดขึ้น สไบกับใจนั่งตรงหน้าทองเหม็น และนางเฟี้ยม นางจันทร์ที่เป็นผู้ใหญ่ให้ฝ่ายหญิง พ่อค่ายทั้งหมดนั่งเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ด้านหลังคือชาวค่ายที่นำโดยทัพ แฟง เฟื่อง ขาบ สังข์ จวง กับทุกคนที่หน้าตาแช่มชื่น ยินดี
อินผูกข้อไม้ข้อมือใจกับสไบ แล้วรดน้ำให้
พันเรืองอวยพร
"รักกันให้งอกงาม ให้ยั่งยืน ให้เป็นร่มเงาของกันและกันนะ เอ็งสองคนมาแต่งงานในค่ายระจันนี้ ข้าก็ถือว่าเอ็งเป็นคนระจันโดยสมบูรณ์แล้ว"
ใจ สไบก้มลงกราบอิน ทุกคนสีหน้ายินดี
ใจกับสไบหันมาทางทองเหม็นที่เข้ามาผูกข้อมือ แล้วรดน้ำให้
"ให้รักกัน ดูแลกัน อย่าทิ้งกัน แก่เฒ่าไปด้วยกัน .. อย่ารินอกใจเมียนะไอ้ใจ เมียเอ็งน่ะ เค้าลือว่าฟันพวกข้าศึกฉับเดียว ดิ้นพราด ขาดสองท่อนเชียวนะ"

ทุกคนหัวเราะ ใจยิ้ม สไบยิ้มอาย บรรยากาศสดชื่น ใจกับสไบนั่งอยู่ท่ามกลางทุกคนที่เลี้ยงฉลองให้
เนเมียวสีหบดีนั่งวางแผนการรบที่ค่ายปากน้ำพระประสบ สีหน้าเคร่งเครียด

"เราเคยปรามาสว่าชาวบ้านพวกมันสู้อย่างกองโจร แต่ครั้งนี้ มันฆ่านายทัพนายกองของเรามาถึง ๔ ทัพแล้ว ความสามัคคีของมัน แข็งแกร่งมากกว่าอาวุธทั้งหมดที่เรามีนัก"
ทุกคนมองเนเมียวสีหบดีที่สายตาใช้ความคิด
"ถ้าปล่อยให้พวกมันรวมตัวกันได้มากไปกว่านี้ มันจะเป็นเสี้ยนตำตีนให้พะวงหลัง และเป็นเยี่ยงอย่างแก่พวกชาวบ้านไทอื่นๆ เราจะปล่อยมันให้เป็นเยี่ยงนี้ต่อไปมิได้ ... เจ้าจงไปหานายทัพของพวกเรา ที่ชำนาญพื้นที่แขวงสิงห์บุรีเป็นพิเศษมาให้ข้า ข้าจะให้มันไปทลายค่ายบ้านระจันลงให้ราบโดยเร็วที่สุด"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/4 วันที่ 28 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

บางระจัน ตอนทีี่ 18/3 วันที่ 28 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/3 วันที่ 28 ม.ค. 58

ใจหลับตาลง ตัวสั่นสะท้าน นึกได้ว่าจอกยีโบ ผู้เป็นครูเล็งปืนยิงใส่ตัวเอง
"พี่ใจ พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว กระสุนทะลุออกไป ไม่ถูกที่สำคัญ"
"สไบ"
ใจเอื้อมมือไปข้างหน้า ทุกคนมอง

"สไบ .. สไบอยู่ไหน"
"พี่ใจ"
"ใจ .. สไบก็อยู่ข้างเอ็ง"
มือใจคว้าในอากาศ เปะปะหาร่างสไบ


"สไบ อยู่ไหน"
ทุกคนมองกันตกใจที่ใจเหมือนมองไม่เห็นสไบ สไบรวบมือใจมากุมไว้
"พี่ใจ ฉันอยู่นี่"
ใจพยายามลุกขึ้น สไบโอบไว้ สายตาใจมองไปข้างหน้า ทุกคนมองใจ
"พี่ใจมองไม่เห็นสไบ ..ไม่เห็นพวกเราเหรอจ๊ะ" เฟื่องถาม
ใจหน้าถอดสี ภาพตรงหน้าดับมืด ดำสนิท
ทัพย้อนนึก ถึงตอนที่เห็นใจล้มลง ขมับกระแทกหิน
ทัพ หัวไอ้ใจ มันกระแทกหิน
ทุกคนหน้าตาเครียดลงทันที ใจกอดสไบไว้
"สไบ .. พี่มองไม่เห็นอะไรเลย"
สไบใจหายวาบ กอดใจไว้
"ไม่เป็นไรนะ พี่ใจ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ก็มองเห็น ฉันอยู่ตรงนี้ อยู่กับพี่แล้วจ้ะ"
"ไม่จริง ... ฉันต้องมองเห็น ทำไม ทำไมฉันมองไม่เห็นอะไร มันมืด มันมืดไปหมด"
ใจกุมขมับ สไบสะอื้นกอดใจไว้แน่น
"พี่ใจ ฉันไม่ทิ้งพี่ไปไหน ฉันจะอยู่กับพี่"
สไบประคองหน้าใจไว้ ทุกคนมองสงสาร
"พี่ใจ ... พี่ต้องมองเห็นฉัน"

ใจกดดันกับสภาพพลิกผันของตัวเองแค่ชั่ววูบ ทัพมองใจนิ่ง เหมือนกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่
วันใหม่ ทุกคนยืนสีหน้ากังวล

ทัพบอก
“ไอ้ใจมันตาบอดเพราะช่วยข้า”
“เอ็งอย่าลงโทษตัวเองอย่างนั้น มันเป็นเวรกรรมของไอ้ใจเอง” ขาบบอก
เฟื่องถาม
“เวรกรรมอะไรของพี่ใจ”
“มันเคยสาบาน กินน้ำมนต์หลวงพ่อธรรมโชติไง” สังข์บอก
“แต่พี่ใจไม่ใช่สายลับอังวะ” แฟงบอก
“มันอาจจะทำเป็นช่วยเรา หลอกเราอีกก็ได้” สังข์ว่า
“พอเถอะ ไอ้สังข์ ไอ้ใจมันไม่จำเป็นต้องเสียสละตัวเอง เพื่อหลอกใครอีก วันนี้ข้าเห็นกับตา มันช่วยข้า”
“ไอ้ทัพ ทำไมมึงไม่เชื่อกู ไอ้ใจมันมีพิรุธมาตั้งแต่ต้น หัวนอนปลายตีนมันก็ไม่มี พวกมันเข้ามาฆ่าไอ้ดอกรักถึงในค่าย นี่แหละกรรมสนองมัน มันอยากสาบานท้าทายความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์หลวงพ่อธรรมโชติ คนดีอย่างมึง เที่ยวให้โอกาสคนอื่น ระวังภัยจะมาถึงไม่รู้ตัว”
“ถ้ากูไม่ให้โอกาสคน มึงคงไม่ได้มายืนที่นี่เหมือนวันนี้”
ทุกคนตกใจที่ทัพกับสังข์ทะเลาะกันอย่างรุนแรง
“เออ กูมันเพื่อนเลว แต่คนเลวอย่างกูขอเตือนมึงครั้งสุดท้าย ไอ้ใจมันคือไส้ศึกอังวะ มันกำลังตลบแตลง หลอกพวกเรา ครั้งนี้มันยอมเจ็บตัว แต่ครั้งหน้ามันจะเปิดประตูให้พวกมันมาฆ่าเราทั้งค่าย เพราะความไว้ใจมึง”
ทัพชกตูมเข้าหน้าสังข์จนกระเด็นลงไปกอง ขาบรีบเข้าไปดึงทัพ ฟักกับเคลิ้มพากันกันทัพออกจากสังข์
“อย่าพูดว่าไอ้ใจมันเป็นคนทรยศให้กูได้ยินอีก”
สังข์สะบัดตัวออกจากฟักกับเคลิ้ม จวงละล้าละลังมองพี่ชายกับคนรัก
“เชิญมึงเทิดทูนไอ้ใจ วันนึงที่มึงกำลังจะตายด้วยคมดาบมันเมื่อไหร่ อย่ามานึกถึงคำพูดกูวันนี้”
สังข์ถุยเลือดแล้วเดินออกไปท่ามกลางสายตาทุกคน จวงมองอย่างอึดอัด แล้ววิ่งตามสังข์ไป
ทุกคนค่อยหลบออกจากวงไป เหลือแค่แฟง เฟื่อง ขาบ
“อย่าถือโทษไอ้สังข์มันเลยว่ะ ไอ้สังข์มันไม่ชอบหน้าไอ้ใจ”
“ข้าบอกแล้วว่าที่นี่ต้องมีแต่น้ำหนึ่งใจเดียว อย่าให้ข้าได้ยินว่ามีคนสงสัยคนที่ยอมตายเพื่อช่วยข้าอย่างไอ้ใจอีก”

ทัพเอ่ยขึ้น ทุกคนฟังแล้วสีหน้าไม่สบายใจที่ทัพกับสังข์ทะเลาะกันเพราะเรื่องใจ
ใจนั่งนิ่งเหมือนถูกสาป สไบอยู่ใกล้ มองทั้งรักทั้งเป็นห่วง สไบเลื่อนมือไปกุมมือใจ

ใจนึกถึงตอนที่กินน้ำมนต์หลวงพ่อธรรมโชติ แม้จะลุกพรวดทำใจไม่ได้ ลุกขึ้นเปะปะชนเข้ากับเสา สไบรีบรวบตัวใจไว้ ใจไม่ยอม ดิ้นรน
“ปล่อยพี่ สไบ”
“พี่ใจจะไปไหน”
ใจสะบัดแรง สไบล้มลง ร้องดัง
“โอ๊ย”
ใจหันมองเปะปะตามเสียง
“สไบ พี่ขอโทษ”
ใจพยายามจะควานหาร่างสไบ แต่ก็ชนเข้ากับเสา จนล้มลงไป สไบรีบคลานมากอดร่างใจไว้
“ฉันไม่ให้พี่ไปไหน พี่ต้องอยู่กับฉัน”
“พี่ตาบอด สไบ พี่มองไม่เห็นอะไรเลย .. ชีวิตพี่จะเหลืออะไร”
“พี่มีฉันไงจ๊ะ พี่ใจ ฉันจะเป็นตาให้พี่”
“อย่าอยู่กับพี่อีก ไป .... ไปให้พ้น”
ใจพยายามผลักไล่ แต่สไบกอดไว้แน่น
“ไม่ ฉันไม่ไป ไม่ว่าพี่จะตาบอด จะเป็นอะไร ฉันก็ยังรักพี่”
สไบกอดแน่น ใจน้ำตาคลอเมื่อได้ยินสไบ
“พี่ใจ ฉันรักพี่ ฉันไม่มีวันทิ้งพี่ ความรักของฉันไม่มีวันยกให้คนอื่น ชีวิตฉัน หัวใจฉันเป็นของพี่ ไม่ว่าจะทุกข์จะสุข เราจะไม่ทิ้งกัน”
ใจสะอื้นออกมา เจ็บเพราะความรักความเชื่อมั่นที่สไบมีให้
“สไบ พี่ไม่ใช่คนดี”
“ไม่ว่าพี่จะเป็นใคร พี่คือพี่ใจคนดีของสไบ “
สไบจูบลงที่แก้มใจที่น้ำตานองหน้า โอบกระชับให้ความรักและกำลังใจ ใจสะอื้นน้ำตาไหลออกมาด้วยความตื้นตัน
“สไบ ... ยกโทษให้พี่ด้วย อย่าทิ้งพี่ไปเลย”
ใจครางออกมา สไบยิ่งกอดใจไว้แน่น เห็นใจที่สะอื้นอยู่ในอกอันอบอุ่นเป็นที่พักพิงให้ของสไบ
ทัพมองไปไกลไปในทุ่ง แฟงอยู่ด้านหลัง
“สงสารสไบ .. สงสารพี่ใจเหลือเกิน”
ทัพหันมามองแฟง
“พี่จะหาทางช่วยไอ้ใจ มันต้องกลับมามองเห็น”
ทัพกำมือเกร็ง แฟงเดินเข้ามาใกล้
“เราจะช่วยกันนะจ๊ะ .. ช่วยให้พี่ใจกลับมาเหมือนเดิม”
ทัพมองแฟงที่ยิ้มให้กำลังใจแล้วเอ่ยถามเสียงนุ่มนวล
“แฟง .. พี่เคยบอกแฟงใช่ไม๊ว่ากลับจากศึกครานี้ ... พี่มีเรื่องจะถาม”
แฟงกลั้นใจมองด้วยความตื่นเต้น
“แฟงยังชังน้ำหน้าพี่อยู่ไม๊”
แฟงสายตาวิบวับ ก็ไม่กล้าตอบ ทัพถามต่อ
“แฟงเห็นพี่พอเป็นที่พึ่งพิงให้แก่ชีวิตของแฟงได้ไม๊”
“ฉัน”
ทัพดึงมือแฟงมากุมไว้อย่างแผ่วเบา
“ถ้าแฟงยังข้องใจเรื่องเฟื่อง พี่ขอบอกตรงนี้ด้วยคำสัตย์ พี่กับเฟื่องเหลือเยื่อใยกัน แค่ความเป็นพี่เป็นน้อง”
แฟงแววตาวาบขึ้นด้วยความยินดีที่ทัพพูดออกมาให้หายข้องใจ

“บัดนี้ใจของพี่มีผู้หญิงคนนึงเป็นเจ้าของอยู่ ผู้หญิงคนนั้นหัวใจกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เกินผู้หญิงอื่น"
ทัพดึงแฟงเข้ามาใกล้ช้าๆ

“แต่ไม่ใช่ความกล้าหาญนั้นหรอกที่ทำให้พี่เฝ้าคิดถึงหน้านั้นทุกวันทุกคืน”
ทัพมองจ้องลงไปในดวงตาของแฟงที่ระยิบระยับเหมือนลูกกวางน้อย
“ปากคำมันช่างยอกย้อน กับรอยยิ้มจริงใจของมันต่างหาก ที่ทำให้พี่ไม่อยากห่างไปไหน”
แฟงหลบตาด้วยความอาย ทัพมองยิ้มชื่นใจ
“แฟงเอย ตอบพี่ให้ชื่นใจเถิด เอ็งคิดอย่างไรกับพี่”

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/3 วันที่ 28 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ

สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 12 วันที่ 28 ม.ค. 58

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 12 วันที่ 28 ม.ค. 58

“นาย ไม่เชื่อฉันว่าลินดาเป็นนางนกต่อ ลินดาไม่ได้หวังดีกับเรา” ปวันพยายามบอกเชนอีก แต่เชนก็ไม่เชื่อยืนยันว่าลินดาเป็นคู่หูเป็นเพื่อนตน “ฮึ! ไว้ใจกันเหลือเกินนะ นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าทำไมพอนายรับลินดามาอยู่ด้วย ไอ้พวกอาทิตย์มันถึงส่งคนมาถล่มเรา รู้ความเคลื่อนไหวของเราราวกับนั่งอยู่ด้วยกันในบ้านงั้นแหละ”

“ก็อาทิตย์มันจ้องจะเล่นงานเราอยู่แล้ว มันรู้ที่อยู่ของเรา มันจะบุกมาตอนไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับลินดา”



ปวันกับเชนโต้กัน ฝ่ายหนึ่งระแวงลินดาอีกฝ่ายปกป้องลินดา เชนหาว่าปวันหึงตนไม่มีเหตุผล ทำเอาปวันสะดุ้งใจแต่กลบเกลื่อนหาว่าเชนหลงตัวเอง เตือนเขาให้ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน โดนฆ่าเมื่อไรแล้วจะรู้สึก พูดแล้วเดินหนีไปอีกทาง เชนมองตามอย่างหนักใจที่ไม่อาจเปลี่ยนความเชื่อของปวันได้

ooooooo

ตฤณยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจนจิรา ไม่ว่าจะพูดอย่างไรทำอย่างไรเจนจิราก็ยังพร่ำเพ้อถึงแต่บารมี เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เดินลงทะเลจะฆ่าตัวตายทำเอาตฤณต้องตามไปลากขึ้นจากทะเล ขึ้นมาถึงเธอก็เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงบารมี

“โถ...เจน ทำไมตัวเองเป็นถึงขนาดนี้” ตฤณรำพึงอย่างเศร้าใจ

ส่วนปวันกับลินดา เหมือนขมิ้นกับปูน ลินดาเดินมาเจอโทรศัพท์ของใครก็ไม่รู้วางอยู่ที่โต๊ะ ก็แอบหยิบจะเอาไปโทร. แต่พอเริ่มกดปุ่มโทรออก ปวันก็ถามขึ้นว่า “โทร.หาใครหรือ?”

“อยากจะโทร.สั่งไก่ อยากกินไก่กินพิซซ่า” ลินดาเฉไฉ

เพราะยังมีกลุ่ม ดร.อาทิตย์ที่จะต้องตามสืบ ปวันจึงให้จ่าเจี๊ยบกลับไปทำงานทางโน้น ส่วนตนจะเกาะติดทางนี้ จ่าเป็นเตือนปวันว่าอยู่ทางนี้ก็ให้ระวังตัวด้วยตนเป็นห่วง ถ้าทางตนมีอะไรจะรีบส่งข่าว แต่พอปวันหันกลับมาเห็นเชนอยู่กับลินดาก็พึมพำกับตัวเอง “เชน...นายรักเขาใช่ไหม?”

ปวันถือโทรศัพท์จงใจให้ลินดาเห็น แล้วทำทีเดินไปหาที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ พอมีสัญญาณจะโทร.ก็ลืมเบอร์ เลยทำเป็นรีบร้อนกลับไป เอาโทรศัพท์วางไว้ที่โต๊ะล่อตาลินดา พอปวันเดินผ่านไป ลินดาก็แอบหยิบโทรศัพท์เดินอ้าวไปอีกทาง
ที่แท้ปวันล่อให้ลินดาห่างจากเชนแล้วลากเชนไปจับผิดลินดา ปวันลากเชนไปยังมุมหนึ่ง เห็นลินดากำลังจะกดโทร.ออก ลินดาไปคว้าโทรศัพท์คืนพูดเหมือนจับคนร้ายได้ว่า “จับได้พร้อมของกลางเลยนะ...ไหนดูซิว่าโทร.หาใคร”

ลินดาจะแย่งโทรศัพท์คืนแต่เห็นเชนวิ่งตามปวันมาเลยสำออยทำเป็นเซล้มเอามือที่มีผ้าพันแผลพันอยู่

ยันกับพื้น เชนบ้าจี้วิ่งไปประคองถามว่าเจ็บไหม ลินดาทำท่าเจ็บมาก จ้องหน้าปวันถามว่าผลักตนทำไม

เชนหูเบาเชื่อลินดา ถามปวันอย่างไม่พอใจว่าทำร้ายลินดาอีกแล้วหรือ ฝ่ายแม่นั่นก็สำออยว่า ทำไมถึงเกลียดตนขนาดนี้ ตนทำอะไรให้หรือ

“ปวัน คุณเลิกตั้งแง่กับลินดาเถอะ ยังไงเราก็พวกเดียวกัน อยู่กันอย่างสมานฉันท์ สามัคคีกันได้ไหม เรามีศึกข้างนอกต้องรับมือ อย่าแตกแยกกันเองเลย” ปวันพูดอย่างผิดหวังว่าคุณไม่เชื่อฉัน “ผมเชื่อจากหลักฐาน ไม่ใช่สันนิษฐาน”

ปวันทนไม่ได้เดินหนีไปทั้งน้อยใจทั้งหงุดหงิด

เชนจะตามไป ถูกลินดารั้งไว้บอกว่า

“ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ให้เวลาคุณปวันได้อยู่กับตัวเองสักหน่อยดีกว่า ตามไปตอนนี้ก็รังแต่จะทะเลาะกันหนักขึ้น” เชนเลยชะงักหันกลับมา ลินดาแอบยิ้มที่รั้งเชนไว้ได้ และทำให้ปวันกับเชนแตกคอกันได้

ooooooo

ปัญหาหนึ่งชายกับสามหญิง ยังเป็นเรื่องให้มีปัญหากันไม่จบสิ้น

ลินดานั้นต้องการทำลายเชนตามบัญชาของ ดร.อาทิตย์ จันทร์เจ้าอยากได้เชนไว้แก้เหงาใจ ส่วนปวันระแวงลินดาว่าเป็นคนท่ี ดร.อาทิตย์ส่งมาเป็นไส้ศึก แต่เชนกลับมองลินดาเป็นมิตร

แก๊งเด็กๆก็มุ่งมั่นที่จะช่วยน้าเจนกับน้าตฤณ ตังตังมีกังฟูเป็นคู่หูอยู่แล้ว กังฟูวางแผนบางอย่างจึงชวนสมายล์มาสนุกด้วยกัน พอคนขับรถพาสมายล์มาส่ง กังฟูถามทันทีว่าได้ของที่สั่งไหม

ของที่กังฟูสั่งให้สมายล์หามาให้คือน้ำหอมอโรม่า กลิ่นกระดังงา พ่อบอกว่าช่วยคลายเครียดเผื่อจะเรียกสติได้ พอได้มาก็เอาไปให้ตฤณฉีดรอบตัวเจนจิรา พอฉีดแล้วก็เฝ้าดูปฏิกิริยาจากเธอ ปรากฏว่าเธอนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเรียกเบาๆ “บารมี...” อึดใจเดียวก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก วิ่งอ้าวกลับไปที่บ้านพักจนตฤณวิ่งตามแทบไม่ทัน

แต่ตฤณยังเพียรพยายามที่จะให้เจนจิรากลับมาเป็นคนเดิม ทดลองวิธีเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังเพื่อฟื้นความทรงจำ เจนจิราฟังตฤณแล้ว เธอจำเขาได้ จำเรื่องราวในอดีตได้

ตฤณดีใจมากที่เจนจิราจำเขาได้ ถามเขาว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เรียกตังตัง กังฟู และสมายล์ได้อย่างถูกต้อง บอกตฤณว่าตนรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน

“ตัวเองถูกสะกดจิต น่าจะเป็นฝีมือไอ้อาทิตย์

ตัวเองหายแล้ว” ตฤณบอก

“เค้าหายแล้ว...แล้วตอนที่เค้าถูกสะกดจิต เค้ามีอาการยังไงเหรอ เอาเพชร เอาทองส่งให้ ดร.อาทิตย์หมดเลย หรือว่าพวกมันใช้เค้าทำอะไรหรือเปล่า”

ขณะตฤณกำลังดีใจกับการกลับคืนมาเป็นเจนจิราคนเดิมนั้น พลันบรรยากาศก็เครียดทันทีเมื่อบารมีมาเรียก

“เจน!!!”

พอเจนจิราหันเห็นบารมี สีหน้าแววตาเธอก็กลับเหมือนเดิม ตฤณยังพยายามถามว่าเจนหายแล้วไม่ใช่หรือ เธอมองเขาด้วยแววตาเลื่อนลอย แล้วทักบารมีอย่างยินดี

“บารมี...มารับเจนแล้ว...”

“โธ่เว้ย!!” ตฤณสบถอยากจะบ้าตาย ส่วนพวกเด็กๆ ที่มาซุ่มดูอยู่ต่างมองกันงงๆ

ooooooo

ลินดาส่งวีดิโอบ้านพักตากอากาศและสภาพทั้งภายในภายนอกที่แอบถ่ายไว้ไปให้ ดร.อาทิตย์ดู พอ ดร.อาทิตย์ดูก็รู้ทันทีว่าสถานที่นั้นอยู่ที่ไหน ขอบใจและชมลินดาที่ทำหน้าที่เป็นนางนกต่อได้ยอดเยี่ยม

ดร.อาทิตย์วางแผนจะฆ่าพวกเชนทั้งหมด บอกอินทุกับนารีว่า

“แต่แผนนี้จะทำได้ ฉันต้องมีผู้ช่วย” อินทุถามว่าหมายถึงมิสเตอร์โอเคใช่ไหม “เหอะ! ไอ้โอเคมันเก่าไปแล้ว ฉันต้องหาผู้ช่วยคนใหม่ที่พูดน้อยๆแต่พลังมากๆไร้เทียมทาน”

ดร.อาทิตย์มองไปที่แว่นสามมิติ หวังจะใช้ไปเอาวายร้ายตัวใหม่จากในหนังมาเป็นผู้ช่วยตน

จันทร์เจ้าวางโทรศัพท์ของตนไว้ล่อลินดาหมายจะจับให้ได้คาหนังคาเขา ลินดาเองก็เกือบติดกับ เพราะย่องไปเอาโทรศัพท์ ขณะกำลังจะโทร.ออก จันทร์เจ้าก็เข้ามา ลินดารีบหย่อนโทรศัพท์เข้าที่เดิม

จันทร์เจ้าเข้ามาแต่ลินดาหายไปแล้ว จันทร์เจ้ามองหาไม่เห็นลินดา เจอแต่โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าก็ทำเป็นบ่นตัวเองว่าลืมไว้ที่นี่เอง

ที่แท้ลินดาโดดขึ้นไปเกาะฝ้าดูอยู่ ถ้าตัวเองถูกจับได้ก็จะฆ่าจันทร์เจ้าปิดปากเสีย แต่จันทร์เจ้าออกไปเสียก่อน ลินดาจึงลงจากฝ้าบ่น

“เกือบได้ฆ่านังนี่ปิดปากซะแล้ว เอ๊ะ...แล้วนังปวันหายหัวไปไหน เสียแรงที่เคยเป็นตำรวจ สุดท้ายหล่อนก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันฉัน ฮิๆๆ” ลินดาหัวเราะเยาะ

ปวันกำลังไปเดินหาซื้อเสื้อผ้าชุดเดินชายหาด เลือกได้ชุดถูกใจในราคา 400 บาท พอได้ชุดก็ยืนคิด...

“ในเมื่อพูดดีๆไม่ยอมเชื่อ ได้...เดี๋ยวเจอกัน นายเชน!”

ooooooo

บารมีจะพาเจนจิรากลับ แก๊งเด็กๆพากันเกาะเจนจิราไว้แน่นส่งเสียงกันเซ็งแซ่ไม่ยอมให้เจนจิราไป ถูกบารมีตวาด

“โฮ่ย...หนวกหูไอ้เด็กพวกนี้ ปล่อยเจนเดี๋ยวนี้นะ บอกให้ปล่อย เป็นเด็กไม่อยู่ส่วนเด็ก มายุ่งอะไร”

ตฤณสะอึกออกมาปรามบารมีว่า ห้ามทำอะไรเด็กเด็ดขาด และให้ปล่อยเจนจิราด้วย ประกาศกร้าวว่า

“วันนี้เป็นตายยังไงฉันไม่มีวันยอมให้นายได้ตัวเจนกลับไปเด็ดขาด” บารมีพุ่งเข้ามาถามว่าอยากตายหรือ เชนโผล่พรวดมาเตือนว่า

“อย่าเสี่ยงดีกว่าคุณหมอ ตอนนี้ผู้ช่วยตฤณเขาคือคู่หูของเชน เขาไม่ใช่คนเดิมแล้วนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน” พูดพลางเดินกะเผลกๆเข้ามา

เมื่อบารมีไม่ยอมปล่อยเจนจิรา ตฤณจึงท้าต่อยกัน พวกเด็กๆเชียร์น้าตฤณกันเซ็งแซ่ ในขณะที่บารมี มีเจนจิราคนเดียวที่ทั้งร้องทั้งเต้นเชียร์อยู่คนเดียว พอบารมีถูกตฤณเล่นงานจนสะบักสะบอม เจนจิราก็หาว่าบารมีถูกรุม

เชนกระซิบอะไรบางอย่างกับตังตัง ครู่หนึ่ง ตังตังไปกระซิบกับจันทร์เจ้า พอเห็นบารมีย่ำแย่ จันทร์เจ้าก็ร้องโวยวายขึ้นว่า “ว้าย...ตายแล้วคุณหมอ เจ็บมากไหมคะ กรี๊ด...จมูก! จมูกคุณหมอมัน...มัน...โอ๊ววววว!!” จันทร์เจ้าทำหน้าสยอง

บารมีตกใจคลำจมูกตัวเองนึกว่าซิลิโคนโผล่ จันทร์เจ้าเร่งให้รีบเข้าไปทำแผลก่อนที่หน้าหมอจะไม่เด๊ะ แล้วพาบารมีไป เจนจิราร้องโหวกเหวกโวยวายที่ถูกทิ้ง แต่ก็ยังตะโกนบอกบารมีว่า ตนจะปกป้องเขาเอง

“เป็นอย่างนั้นไปฉิบ! แทนที่จะตาสว่าง กลับมืดบอดลงไปอีก” เชนบ่นกับตฤณเซ็งๆ

“มันใช้วิธีอะไร ตัวกระตุ้นการสะกดจิตให้แรงขึ้นมันคือตัวบารมีใช่ไหม เมื่อเจนเห็นบารมีก็จะเร้าให้บ้ามากขึ้นจนแก้ไขได้ยาก แต่ผมจะไม่ท้อหรอก เจน...เจนฟังนะ ผมจะช่วยคุณให้ได้ ไม่ใช่เพื่อตัวผมแต่เพื่อคุณ... เจน” ตฤณมุ่งมั่นมาก

เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว เชนหันมองไปทางทะเล เขาชะงักกึกแล้ววิ่งออกไปพลางร้องเรียกอย่างตื่นเต้น

“คุณปลายฟ้า...คุณปลายฟ้า...” แต่พอวิ่งไปถึง

ไม่เห็นปวันที่แต่งเป็นปลายฟ้าแล้ว มองหาจึงเห็นเธอนั่งหลับตานิ่งอยู่ที่โขดหิน เลยไม่กล้าเข้าไปรบกวนสมาธิ

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของลินดา เธอเขม้นมองพึมพำ นังนั่นใครกัน?”

พอดีปลายฟ้าหาคำตอบให้กับนวนิยายตอนจบของตนได้ เธอลืมตาลุกขึ้นก็เห็นเชนมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เธออุทาน “เชน” เชนยิ้มเท่ให้ตอบเสียงหล่อว่า “ใช่แล้วครับ ผมเอง...สุดหล่อเชน”

ส่วน ดร.อาทิตย์เปิดหนังเรื่องต่างๆดูเพื่อหาวายร้ายมาเป็นผู้ช่วยของตน จนเลือกได้ “ไซล่าร์” เขาดีใจมากพึมพำ...

“ไซล่าร์...ไซล่าร์...แกคือตัวร้ายในฝันของฉันจริงๆ เห็นทีฉันต้องไปเชิญแกด้วยตัวเองซะแล้ว”

แล้ว ดร.อาทิตย์ก็หยิบแว่นสามมิติมายืนจังก้าอยู่หน้าทีวี ครู่เดียว เกิดแสงสว่างวาบขึ้นที่จอทีวี

เสียงกรีดร้องของคนในทีวีที่กำลังหนีตายและเสียงคำรามของไซล่าร์ในหนังที่ ตามฆ่ากัดกินคนอย่างน่าสยดสยองปรากฏขึ้น ดร.อาทิตย์สวมแว่นสามมิติทันที พริบตานั้น ร่าง ดร.อาทิตย์ก็กลายเป็นแสงสว่างวาบขึ้นแล้วพุ่งหายไปในทีวี!

ooooooo

เชนนั่งคุยกับปลายฟ้าที่โขดหินชายหาด เขาถามเธอว่าหายไปไหนมา? ปลายฟ้าย้อนถามว่าแล้วเขาล่ะ หายไปไหนมา? เชนรู้สึกตัวเองผิด เขาไม่ตอบแต่เปลี่ยนเป็นถามว่า เธอมาที่นี่ได้ยังไง?

“ที่นี่เป็นชายหาดที่ปลายฟ้ามาเป็นประจำ ยามต้องการความสงบในการประพันธ์นวนิยาย แล้วเชนล่ะมาได้ไง หรือว่าคุณสืบเสาะสะกดรอยปลายฟ้ามา แต่คุณจะทำแบบนั้นทำไม คุณก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากปลายฟ้าอีกแล้ว”

เชนยิ่งรู้สึกผิดถามว่าเธอโกรธตนหรือถึงได้ไปโดยไม่ล่ำลา ถามว่า “แต่คุณปลายฟ้าได้รับจดหมายลาของผมแล้วไม่ใช่เหรอครับ ผมสัญญาว่าถ้าเสร็จภารกิจ จะกลับมารับผิดชอบชีวิตคุณอีก ตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว”

ไม่ไกลจากนั้นนัก ลินดาคลานกระดึ๊บ...กระดึ๊บมาตามพื้นหลังพุ่มไม้ ค่อยๆใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามา...

ปลายฟ้ากับเชนยังนั่งคุยกันอยู่ เธอบอกเหตุผลที่ออกจากบ้านเช่าว่าเพราะต้องการจะขึ้นคาน เชนตกใจถามว่าในโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่ต้องการจะขึ้นคานอีกหรือ เมื่อเธอบอกว่ามีและตนก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการมีผู้ชายมาเป็นภาระในชีวิต ย้ำว่า

“ปลายฟ้าขอบอกว่าไม่ใช่ว่าปลายฟ้าไม่มีใครต้องการ แต่ผู้หญิงอย่างปลายฟ้าเป็นฝ่ายไม่ต้องการ

ใครเองต่างหาก เข้าใจเสียใหม่ด้วยนะคะ”

เชนคลึงขมับอย่างปวดหัวขอร้องว่า “ช่วยสรุปให้ผมฟังหน่อยซีครับ ว่าทั้งหมดที่คุณปลายฟ้าเหน็บผมมา...อ่า...”

“ปลายฟ้าต้องการอยู่คนเดียวค่ะ ชีวิตคู่มันกักกั้นอิสรภาพในการจิ้นของปลายฟ้า มันเป็นอุปสรรคในการคิดถึงพระเอกในฝันเวลาเขียนนิยาย” เชนถามว่านี่เป็นการบอกเลิกใช่ไหม “ปลายฟ้าไม่เคยคบคุณเป็นแฟน จะเรียกว่าเลิกไม่ได้หรอกค่ะ ที่ผ่านมาเราคือเพื่อนที่ดีต่อกัน และก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดไปค่ะเชน”

“ถ้านี่คือความต้องการของคุณ สุภาพบุรุษเชนก็ไม่อาจฝืนใจ” เชนตัดใจ พลันปลายฟ้าก็โผกอดเขากระซิบบอก

“ผู้หญิงที่ชื่อลินดาแอบตามเรามาค่ะ...อย่าหันไปนะคะ ปลายฟ้าจะพิสูจน์อะไรให้คุณดู...ตามปลายฟ้ามา เราไปเดินเล่นกัน” แล้วปลายฟ้าก็จูงมือเชนเดินไปที่ชายหาด ลินดาที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้โผล่ขึ้นมาดู พึมพำสงสัย...

“นังนี่โผล่มาจากไหน สัญชาตญาณลินดาบอกว่า แม่นี่มันมีอะไรมากกว่าความเชยของมัน”

ooooooo

ที่ด้านนอกของบ้านพักตากอากาศ ตฤณยังเฝ้าดูแลและพยายามที่จะฟื้นความทรงจำของเจนจิราให้กลับมาเป็นเจนจิรา คนเดิม โดยเอากระบองเพชรต้นนั้นมาให้เจนจิราดู ทั้งตังตัง กังฟู และสมายล์มาช่วยกันลุ้น

“ฉันคิดถึงบารมี โอ๊ย...ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เรียกบารมีมาหาฉันที” เจนจิราร่ำร้องคร่ำครวญออกมา ทุกคนที่ลุ้นอยู่ก็พากันเซ็ง ตังตังบอกตฤณให้ทำอะไรสักอย่างเถอะ เพราะถ้าเจนจิราได้เห็นบารมีอาการก็จะกำเริบขึ้นอีก

ตฤณฟังพวกเด็กๆวิเคราะห์อาการของเจนจิรากันต่างๆนานาแล้วยิ่งว้าวุ่นใจ จนสมายล์ถามว่านอกจากต้นกระบองเพชรแล้วตฤณมีอย่างอื่นที่จะช่วยเตือนความ หลังให้เจนจิราได้อีกไหม ตฤณบอกว่าตนมีความหลังร่วมกันมากเหลือเกิน แต่ไม่ทันนึกอะไรออก ตังตังก็วิ่งอ้าวกลับไปที่บ้านพัก โดยมีกังฟูทำตัวเป็นพระเอกวิ่งตามไปดูแล

ตังตังวิ่งกลับไปที่บ้านพักค้นกระเป๋าหาสมุดปลาวาฬ ถามกังฟูว่าเคยเห็นไหม กังฟูบอกว่าไม่เคยเห็นสมุดปลาวาฬเห็นแต่สมุดปลาปักเป้าแล้วทำแก้มป่องให้ดู ตังตังเลยไล่ให้ไปช่วยจันทร์เจ้าขวางบารมีไว้อย่าให้ออกมาหาเจนจิราดีกว่า พอกังฟูออกไป ตังตังก็หาเจอ

“อยู่นี่เอง” ตังตังหยิบสมุดปลาวาฬออกมาดูอย่างดีใจ

ooooooo

จันทร์เจ้าหลอกบารมีเข้าไปสำรวจใบหน้าตัวเองว่ามีส่วนไหนหักบุบและจมูกซิลิ โคนโผล่หรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มี จันทร์เจ้าทำเป็นโล่งอกบอกว่า ตนคงตกใจเลยตาฝาดเห็นทรายที่หน้าหมอเป็นซิลิโคน

“ระดับฝีมือหมอศัลยกรรมมือหนึ่งอย่างหมอ บารมีเด๊ะ รับประกันว่าทำแล้วไม่มีไหล ไม่มีย้วย ไม่มีทรุด”คุยโวแล้วจะออกไป จันทร์เจ้ารีบหาเรื่องถ่วงเวลา ทำทีปรึกษาว่าตนจะทำทัวร์ศัลยกรรม พาลูกทัวร์เออีซีมาทำสวยทำหล่อ ก็ต้องมีคลินิกที่มีคุณภาพรองรับ บารมีตัดบทว่าคลินิกตนพร้อมรองรับ

บารมีตั้งหน้าตั้งตาแต่จะไปหาเจนจิรา จันทร์เจ้ารั้งไว้ถามรายละเอียดมากมาย จนบารมีฉุน เสียงดังใส่ว่า

“ก็บอกแล้วไงว่าผมรีบ ไว้คุยกันที่กรุงเทพฯ” บารมีหุนหันจะออกไป ก็ชนเข้ากับกังฟูที่ถือไอศกรีมช็อกโกแลตแม็กนั่มแท่งๆ เดินกินเข้ามาอย่างจังจนไอศกรีมเลอะเสื้อ บารมียิ่งโมโหส่วนกังฟูก็ร้องงอแงเสียดายไอศกรีม จันทร์เจ้ากระวีกระวาดเอาผ้ามาเช็ดให้บารมี ทำเป็นบ่นกังฟูไปด้วย กังฟูแอบขยิบตาให้ แม่ลูกต่างยิ้มอย่างรู้กัน

ooooooo

ส่วนเจนจิราก็คลุ้มคลั่งร่ำร้องแต่จะไปหาบารมี ขู่ว่าหากตฤณไม่ให้ไปก็จะเอาหัวฟาดพื้นให้สมองกระจาย ซ้ำเมื่อตฤณเตือนว่าเธอมโนสยองขึ้นทุกทีแล้ว ก็ถูกเจนจิราถ่มน้ำลายใส่หน้าด่าเขาว่าไอ้โรคจิต

ตฤณบอกว่าอาการของเธอมันเกินเยียวยาแล้ว เหวี่ยงเธอออกไปไล่อยากไปไหนก็ไปเลย

“อย่าเพิ่งค่ะน้าเจน ดูนี่ก่อน” ตังตังวิ่งเอาสมุดปลาวาฬมากางให้ดูตรงหน้า เจนจิราชะงักทันที ตฤณเองก็อึ้งถามตังตังว่าเอาสมุดนั่นมาจากไหน ตังตังจุ๊ปากไม่ให้พูดแล้วถามเจนจิรา “น้าเจนจำสมุดการ์ตูนเล่มนี้ได้ไหมคะ” ถามแล้วมองลุ้น

เจนจิราค่อยๆเอื้อมมือจับสมุด ทันทีที่จับสมุดเธอมีอาการเหมือนไฟช็อต ตฤณมองลุ้นใจระทึก รีบบอก

“การ์ตูนในสมุดเล่มนี้ เค้าเป็นคนวาดให้ตัวเอง ตอนที่เรารักกันใหม่ๆไง”

จากภาพการ์ตูนที่ตฤณวาดให้ ดึงความทรงจำของเจนจิรากลับมาทีละน้อย...ทีละน้อย จนจำวันที่เธอคืนสมุดปลาวาฬให้ตฤณได้ วันนั้นเธอพูดก่อนจากกันว่า

“เค้าไม่เคยเสียใจที่ตัวเองไม่เก่งหรือไม่เคยประสบความสำเร็จอะไรเลย แต่เค้าเสียใจที่ใจของตัวเองยอมแพ้อย่างหมดรูป ไม่ดิ้นรน ไม่ต่อสู้ ไม่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองรียกว่าความฝันและความ สุขมา...รับคืนไปด้วย...เค้าไม่อยากดูมันอีกแล้ว...”

อ่านละคร สายลับสามมิติ ตอนทีี่ 12 วันที่ 28 ม.ค. 58

ละครสายลับสามมิติ บทประพันธ์โดย : สีชาติ
ละครสายลับสามมิติ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาส / ฝนพรำ / วรรณพร / ศักดิ์ชาย
ละครสายลับสามมิติ กำกับการแสดงโดย : เป้า-ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครสายลับสามมิติ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดักชั่น จำกัด
ละครสายลับสามมิติ ควบคุมการผลิตโดย : ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครสายลับสามมิติ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ