อ่านละคร แก้วตาหวานใจ ตอนทีี่ 1 วันที่ 3 ก.พ. 58
วันนี้ เป็นวันแข่งกีฬาสีระหว่างสีชมพูกับสีฟ้าของโรงเรียนอนุบาล ที่เด็กหญิงอลิน วโรดม หรือมดตะนอย วัย 6 ขวบ ผู้เป็นแก้วตาหวานใจของลุงช้าง อนิล วโรดมวัย 28 ปี กับลุงเสือหรือ อนล วโรดมวัย 30 ปีมดตะนอยเป็นกองเชียร์สีฟ้า ลุงช้างใส่เสื้อสีฟ้าสะพายเป้คิตตี้สีชมพูมาเชียร์มดตะนอย โดยยืนเต้นอยู่ข้างๆ บรรดาแม่ๆที่เป็นผู้ปกครอง ลุงช้างเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มผู้ปกครองแต่เต้นจริงจัง เต้นแรงขึ้น...แรงขึ้น ลุ้นให้ มดตะนอยแรงตาม
“ผู้ชายที่ไหนกั๊น ฉันเคยเห็นเขามาส่งลูกสาวกับผู้ชายอีกคน คงอยากมีลูกกัน เลยรับเด็กมาเลี้ยง” อีกคนตอบทำตาปะหลับปะเหลือก พลันก็ตกใจร้องอุ๊ยตายเมื่อเห็นลุงเสือใส่เสื้อสีฟ้าเดินมา คนแรกถามว่าคนนี้หรือ? พอรู้ว่าใช่ก็บ่น...
“โอ๊ย...ตายๆๆ หล่อทั้งคู่เลยอ่ะ โลกนี้อยู่ยากแล้ว ดีนะเนี่ย ฉันแต่งงานแล้ว ไม่งั้นจะเสียดายยิ่งกว่านี้อีก”
ลุงเสือสะพายกระเป๋ากล้องและถือถุงอาหาร เดินเข้ามาหยุดมองการเต้นของลุงช้างกับมดตะนอยอย่างชื่นชมแกมขำ แล้วเดินเข้าไปกระซิบถามลุงช้างว่าไม่อายเขารึไงช้าง พอลุงช้างหันมองก็ทักดีใจว่านึกว่าจะไม่มา ใส่เสื้อตามสีที่ตนบอกด้วยแล้วยื่นปอมๆสีฟ้าให้อันหนึ่งชวนลุงเสือเต้นด้วย กัน
“เฮ้ย...ไม่เอา” ลุงเสือส่ายหน้าดิก “พี่ว่าพี่ทำอย่างอื่นแทนดีกว่า รับรองเด็ดไม่แพ้แก”
“อย่างอื่น” ที่ลุงเสือว่าเด็ดคือการถ่ายรูปให้มดตะนอย
แข่งกีฬาเสร็จ กองเชียร์เบรก มดตะนอยนั่งเป็นไข่ในหินอยู่กับลุงช้างและลุงเสือ ลุงทั้งสองต่างเอาอาหารออกมาอวด ลุงช้างบอกว่าทำของว่างมาให้ทาน ลุงเสืออวดว่าซื้อขนมจากร้านโปรดของมดตะนอยมาฝาก แล้วต่างก็หยิบออกมาอวดแข่งกัน มดตะนอยมองอาหารอุทานตื่นเต้น “โอ้โห...น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ”
“มดตะนอยเอาอะไรดีคะ” สองลุงถามพร้อมกัน พอมดตะนอยบอกว่าอยากกินแซนด์วิชของลุงช้าง ลุงช้างยิ้มหน้าบานบอกว่าของทำเองย่อมอร่อยกว่าของซื้อ ลุง เสือเลยแกล้งทำเป็นน้อยใจบอกว่างั้นของลุงเสือเอาไปแจกคนอื่นนะ
“ลุงเสือไม่ต้องเสียใจค่ะ เดี๋ยวมดตะนอยจะกินเค้ก คุกกี้ เยลลี่ด้วย มดตะนอยหิวมาก กินได้ทุกอย่างเลย” หนูน้อยปะเหลาะ แล้วเริ่มกินอย่างเร็ว
สองลุงช่วยกันป้อน ลุงเสือป้อนขนม ลุงช้างถือน้ำเตรียมพร้อม พอขนมเข้าปากปุ๊บก็ป้อนน้ำปั๊บ จนมดตะนอยสำลักทั้งขนมและน้ำ สองลุงเลยดูแลกันวุ่นวาย เช็ดน้ำเช็ดเหงื่อเสียจนหน้าที่ลุงช้างลุกมาแต่งให้ตั้งแต่ตีสี่เลอะหมด
มดตะนอยจุกจนปวดท้อง ลุงเสือบอกให้หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ส่วนลุงช้างก็รีบกดจุดให้หลานสาวประคบประหงมกันวุ่นวาย
เสียงครูประกาศเชิญนักกีฬาและกองเชียร์ทุกคนไปรวมกันที่สนามเพื่อทำพิธีมอบ รางวัล แต่มดตะนอยยังไม่หายจุกลุกไปไม่ไหว จนครูประกาศรางวัลกองเชียร์ดีเด่นได้แก่สีฟ้า เชิญขึ้นไปรับรางวัล ที่สำคัญครูประกาศว่า
“เรายังมีรางวัลพิเศษให้กับเชียร์ลีดเดอร์ที่เต้นสุดใจอีกด้วยนะคะ รางวัลเชียร์ลีดเดอร์เต้นสุดใจได้แก่ ...เด็กหญิงอลิน วโรดม น้องมดตะนอยของเรานี่เอง!”
“เย้!!” ลุงเสือกับลุงช้างจับมือมดตะนอยคนละข้างชูขึ้น มดตะนอยยิ้มซีดๆ ดีใจแต่ลุกขึ้น เมื่อครูประกาศซ้ำให้มดตะนอยไปรับรางวัล แต่มดตะนอยยังลุกไม่ไหว ลุงช้างตัดสินใจอุ้มมดตะนอยขี่คอวิ่งไปที่สนามอย่างเท่
พอครูประกาศอีกครั้ง ลุงช้างก็ควบปุเลงๆ เข้าไปอย่างเร็วบอกว่า “มาแล้วครับ...มดตะนอยมาแล้วครับ...”
“คนเก่งมาแล้ว งั้นเชิญคุณครูใหญ่มอบเหรียญและถ้วยรางวัลเชียร์ลีดเดอร์เต้นสุดใจให้กับเด็กหญิง อลิน วโรดมค่ะ”
ลุงช้างอุ้มมดตะนอยไปรับเหรียญหน้าบานทั้งลุงและหลาน ส่วนลุงเสือก็ตั้งกล้องเตรียมถ่ายไว้พร้อมแล้ว พอรับถ้วยเสร็จลุงเสือก็บอกให้มดตะนอยยิ้มให้กล้อง มดตะนอยยิ้มท่าน่ารัก ให้ลุงเสือถ่ายไว้หลายรูป เสร็จแล้วก็ถ่ายเซลฟี่กันสามคน ชูถ้วย จูบถ้วยกันอย่างมีความสุขมาก
ooooooo
ที่อู่รถดาวเรือง อันเป็นอู่ของนายแม่ดาวเรืองวัยใกล้ 60 นับแต่สามีตายนายแม่ก็เข้ารับผิดชอบดูแลธุรกิจรถประจำทางสายอีสานแต่เพียง ผู้เดียว
นายแม่มีลูกชายคือมุรธา อัศวเรืองฤทธิ์หรือหมึก วัย 27 ปี เป็นผู้จัดการอู่รถ และมีหวันยิหวา อัศวเรืองฤทธิ์ หรือไข่หวานลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล จากสหรัฐอเมริกากลับมาช่วยงาน รถทุกคันของบริษัทมีรูปนายแม่สวมพวงมาลัยดอกดาวเรืองปริ๊นต์แปะไว้อย่าง สะดุดตา
ที่ถนนทางเข้าอู่รถดาวเรือง รถทัวร์คันหนึ่งตะบึงมาจนฝุ่นตลบ คนขับคือไข่หวานนั่นเอง เธอขับฉวัดเฉวียนจนพิชิตคนสนิทของนายแม่ที่ยืนจดรายการอยู่ถูกรถเหวี่ยงจน เวียนหัว ไข่หวานขับรถไปก็เงี่ยหูฟังสังเกตอาการของรถไป
“จดตามนะ เบรกไม่ดี ชาร์ปละลาย จานจ่ายต้องเปลี่ยน หัวเทียนบอด ไฟฟ้าช็อต น็อตเก่า เพลางอ หม้อน้ำรั่ว นี่รถทัวร์หรือเศษเหล็กวิ่งได้คะ ที่ไข่หวานพูดมาเนี่ยเคยเช็กบ้างไหม” พิชิตบอกว่าเคยแต่นานแล้ว ไข่หวานถามเหน็บว่า “ชาติที่แล้วหรือชาตินี้” พิชิตได้แต่หัวเราะแหะๆ แห้งๆ
ooooooo
วันนี้ ที่ลานหน้าอู่รถ นายแม่ตำส้มตำโคราชเลี้ยงลูกน้อง โดยมีเพ็ญกับมะลิขนาบข้างเป็นลูกมือและพวกคนขับรถที่มารายล้อมก็ร้องเชียร์ กันอึงคะนึง นายแม่สั่งมะลิกับเพ็ญเติมพริกเติมปูเติมปลาร้า แล้วตักให้หมึกชิม
หมึกชิมแล้วบอกว่าแซ่บอีหลี ยอนายแม่ว่า นอกจากจะเป็นเทพแห่งรถทัวร์แล้ว ยังเป็นเทพแห่งส้มตำด้วย ทำเอานายแม่ยิ้มหน้าบาน บอกให้มะลิตักแจก เหลียวมองถามว่า “แล้วนี่ไอ้ไข่หวานมันหายไปไหน”
นายแม่ถามไม่ทันขาดคำ รถทัวร์ที่ไข่หวานขับก็ตะลึงลุยเข้ามา พวกคนขับถือจานส้มตำหลบกันกระเจิง แต่นายแม่ไม่หลบเพราะเชื่อว่าไม่มีใครกล้าชน พอรถจอด พิชิตเดินลงมาเซๆ ไข่หวานตามลงมา ถูกนายแม่ คว้าสากเขวี้ยงใส่ ไข่หวานรู้ทันหลบแว้บ สากเลยปลิวไปถูกพิชิตอย่างจัง
“ว้าย...ไข่หวานขอโทษค่ะน้าชิต” ว่าแล้วยกมือไหว้กราดไปรอบตัว “ไข่หวานขอโทษค่ะ นายแม่ อึ้มเพ็ญ น้ามะลิด้วยค่ะ ที่ทำให้ตกใจ”
นายแม่บ่นว่าผิดหวังมาก ที่สอนมาตลอดให้ปลอดภัยไว้ก่อน ขับรถอย่างนี้ก็ชนกันพินาศพอดี
“นายแม่...ใจเย็นๆ ฝีมือระดับไข่หวานขับไม่พลาดหรอก ไข่หวานแค่จำลองสถานการณ์จริงให้นายแม่รู้ไว้” แล้วลดเสียงลงกระซิบ “ว่าพอลับหลังนายแม่เนี่ยพวกคนขับรถเขาก็ซิ่งกันแบบนี้แหละ”
“ดี! ดีมาก!! ถ้าอย่างนั้น ฉันจะได้หมดห่วง แกจะต้องรับภารกิจนี้แทนฉัน” แล้วนายแม่ก็พาไข่หวานขึ้นไปยืนบน แคร่เคาะกะละมังเรียกความสนใจแล้วประกาศ “เอ้าๆๆทุกคนฟัง จากนี้ไป ไข่หวานลูกสาวคนเล็กของฉัน จะมาเป็นผู้คุมรถทัวร์ดาวเรืองอย่างเต็มตัว” แล้วหันดึงหมึกขึ้นมาอีกคน “ส่วนนายหมึกลูกชายคนโตก็จะคุมฝ่ายบัญชี ขอให้ทุกคนเชื่อฟังลูกๆของฉัน เหมือนที่เชื่อฟังฉันด้วย เข้าใจตรงกันนะ”
ทุกคนรวมทั้งหมึกตอบรับทราบพร้อมกัน แต่ไข่หวานโวยว่า “เฮ้ย!นายแม่เล่นงี้เลยเหรอ!!”
ooooooo
ที่หน้าห้องทำงานของนายแม่มีป้าย “ประธานกรรมการดาวเรือง” นายแม่กำลังง่วนกับงานบนโต๊ะ ไข่หวานก็เข้าไปถามเสียงอ้อน
“มัมขา...มัมยุ่งอยู่ป่าวววว”
นายแม่บอกว่ายุ่งอยู่ แต่ไข่หวานไม่สนใจอ้อนถามว่า ถ้าอยู่ดีๆ มีคนออกตังค์ให้ตนไปดูงานบริษัทรถที่เมืองนอกนายแม่ว่าดีไหม คำตอบคือ “ดี” ไข่หวานถามต่อว่าแล้วถ้าเขา ให้ตังค์อีกล้านนึงล่ะ ดีไหม นายแม่ตอบทันทีว่า “ก็ยิ่งดี”
ไข่หวานบอกว่าแต่เราต้องไปอยู่กับเขาสองสามเดือนใช้เวลาดูกันเรียนรู้กัน แล้วค่อยตัดสินใจอะไรแบบเนี้ย นายแม่มองขวับถามทันทีว่า “นี่แกจะไปเป็นเมียน้อยใคร”
“ไม่ช่าย...คือ ไข่หวานขออนุญาตไปประกวดแบรนด์ แอมบาสเดอร์ค่ะ” นายแม่ฟังไม่ชัด ไข่หวานอธิบายว่า “ไข่หวานอยากจะไปประกวดเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทรถยนต์ค่ะ ถ้าชนะก็จะมีหน้าที่คอยให้ข้อมูลโปรโมตรถยนต์รุ่นต่างๆของบริษัทเขา”
อ่านละคร แก้วตาหวานใจ ตอนทีี่ 1 วันที่ 3 ก.พ. 58
ละครเรื่อง แก้วตาหวานใจ บทประพันธ์โดย ดวงตะวันแก้วตาหวานใจ บทโทรทัศน์โดย ศิริรัตน์ สุขสามัคคี / จิรมน เณวิกาน / สร้างสรรค์ สันติมณีรัตน์
ละครเรื่อง แก้วตาหวานใจ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์
ละครเรื่อง แก้วตาหวานใจ ผลิตโดย บ. เวฟ ทีวี จำกัด โดยผู้จัด : ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง แก้วตาหวานใจ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์-เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง แก้วตาหวานใจ เริ่มออกอากาศตอนแรก ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 58
ที่มา ไทยรัฐ








